ช่วงปีที่ผ่านมา มีมและคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียเปลี่ยนหน้าตาไปอย่างน่าสนใจ จากที่เคยเป็นรูปตลก มุมมองชีวิตประจำวัน หรือสัตว์น่ารัก กลับค่อยๆ มีองค์ประกอบทางศาสนาแทรกเข้ามามากขึ้น เช่น ‘มีมพระ’ ที่กลายเป็นไวรัลในปี พ.ศ. 2567 เทรนด์ถ่ายรูปดอกบัวสะพานพุทธ และชุดไทยวัดพระแก้ว ฯลฯ ที่ก่อนนี้กลายเป็น new aesthetic ของสาว Tiktok ไปแล้ว

          ขณะเดียวกัน แฮชแท็กอย่าง #สายมู #แนะนำวัด #ตัดกรรม และ #weseekpeace ก็บูมขึ้นมาในกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุราว 18–27 ปี หรือที่เรียกกันว่า ‘เจนซี’ อย่างแพร่หลาย 

          ความน่าสนใจก็คือ เจนซีที่มักถูกมองว่าไม่ค่อยสนใจศาสนากลับเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนกระแส spirituality (จิตวิญญาณ) นี้ได้อย่างคึกคักที่สุด

          เพื่อจะเข้าใจปรากฏการณ์นี้ อาจต้องย้อนไปถามว่า ก่อนที่พวกเขาจะวิ่งหาอะไรสักอย่าง พวกเขากำลังหนีจากอะไรอยู่
.

          2-3 ปีที่ผ่านมากระแสการให้คุณค่ากับการทำงานหนักและ Productivity (ความสามารถในการผลิตผลลัพธ์ให้ได้มากที่สุดหรือดีที่สุด โดยใช้ทรัพยากร เช่น เวลา แรงงาน หรือต้นทุนอย่างคุ้มค่าที่สุด) ซึ่งแพร่หลายในโลกออนไลน์ทำให้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าและ toxic 

          ไม่ใช่เพราะพวกเขาขี้เกียจ แต่เพราะวิ่งตามมาตรฐานที่โซเชียลมีเดียตั้งให้จนหมดแรง

          นอกจากนี้ โลกออนไลน์ที่ไม่เคยเงียบลง ข้อมูลข่าวสารที่ไหลเปลี่ยนไปทุกวินาทีทุกรูปแบบ ความเห็นคนอื่นที่พุ่งเข้ามาในทุกหน้าจอ การเลื่อนดูฟีดโดยไม่มีจุดหมาย ซึ่งเรียกกันว่า doom scrolling กลายเป็นพฤติกรรมที่หลายคนทำโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากปัจจุบันการเล่นอินเตอร์เน็ตไม่ใช่การเล่นเพียงเพื่อความบันเทิงอีกต่อไป แต่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ที่ ‘โลกความจริงนอกจอ’ ยังต้องพึ่งพาโลกออนไลน์ ทั้งการประกอบธุรกิจ การให้ข้อมูลข่าวสาร ฯลฯ เพราะมันเร็วไวทันใจ………จนบางทีเราก็ตามไม่ทัน

          ดังนั้น เจนซีจึงอยู่ในภาวะที่ยากจะหาขอบเขตระหว่าง ‘การพัก’ และ ‘การไม่ได้พัก’

          จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อคนเราหมดแรงและหาที่หยุดพักไม่เจอ ก็ย่อมหันหาบางอย่างที่ให้ความรู้สึกควบคุมได้และมีความหมายมากขึ้น เทรนด์ดูแลสุขภาพกายและจิตใจแบบองค์รวมจึงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งออกกำลังกาย #แอโรบิคสวนลุม #น้ำฝรั่งสวนลุม การเข้าคลาสพิลาทีส เทรนด์ matcha girlies ที่คนหันมาชงมัทฉะแทนการดื่มแอลกอฮอล์ หรือหันมาสนใจศาสตร์ต่างๆ อย่าง manifestation (การกำหนดเจตนาเพื่อดึงดูดสิ่งที่ต้องการเข้ามาในชีวิต) หรือการใช้หินที่เชื่อว่ามีพลังงานช่วยเสริมด้านต่างๆ

          และเพราะเจนซีมักมีคำถามในใจอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่พวกเขาเลือกทำเพื่อหาคำตอบจึงมีมากมาย เช่น การปรึกษาเอไอเหมือนโฟร์มด gelboys การเปิดไพ่ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบคลิปออนไลน์ หมอนก bird eye view ดูดวงออนไลน์บน X การดู Birth chart (แผนภูมิดาวเคราะห์ประจำตัวตามหลักโหราศาสตร์ตะวันตก) การอ่านภาพรวมดวงชะตารายสัปดาห์ตามราศี หรือการเปิดไพ่ด้วยตนเอง โดยในสื่อหลักอย่างซีรีส์ ‘ด้วงกับเธอ’ ที่นำเสนอฉากตัวละครด้วงเปิดคลิป pick a card (ให้ผู้ชมเลือกไพ่เองผ่านหน้าจอ) ก็แสดงให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เฉพาะกลุ่ม แต่กลายเป็น ‘วัฒนธรรมร่วมของยุคสมัย’ ไปแล้ว

          สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของคนบางกลุ่ม บางคนคุยเรื่องนี้บนโต๊ะอาหารเป็นปกติ บางคนเรียนอย่างจริงจังจนเป็นอาชีพ และที่เราได้รู้ก็คือ เม็ดเงินที่หมุนเวียนในวงการนี้ก็ไม่น้อยเลย

          สำหรับผู้เขียน ซึ่งก็เป็นเจนซี การสนใจในเรื่อง spiritual ไม่ใช่เรื่องแปลก เทรนด์เป็นส่วนหนึ่งของโอกาสที่ดีในการค้นหาและแสดงออกตัวตนของตัวเอง และอาจเป็นพื้นฐานที่ดีที่จะฝึกทักษะความอยากรู้และการค้นหาคำตอบในสังคมด้วย

          แต่คำถามที่น่าสนใจกว่า คือ สิ่งที่พวกเขากำลังมองหาผ่านกิจกรรมเหล่านี้คืออะไรกันแน่
.

          ผู้เขียนคิดว่ามีมและกิจกรรมที่มีองค์ประกอบเรื่องจิตวิญญาณของคนรุ่นนี้ อาจไม่เหมือนการนับถือศาสนาหรือไม่ใช่ความเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติในแบบที่คนรุ่นก่อนเข้าใจ แต่เป็นสิ่งที่เรียบง่ายกว่านั้นมาก นั่นคือ ‘ความสงบชั่วคราว’ภายในจิตใจ

          แต่แน่นอนว่าเมื่อความ ‘สงบ’ ถูกแปลงเป็นคอนเทนต์และโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ก็คงเป็นคำถามสำหรับใครๆ ว่ามันยังคงเป็นความสงบอยู่ไหม หรือกลายเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการแสดงตัวตนเพื่อรอรับการยืนยันจากยอดไลค์ 

          ผู้เขียนไม่มีคำตอบตายตัว และไม่คิดว่าใครควรถูกตัดสินสำหรับสิ่งที่เลือกทำ แต่ขณะที่ตามเทรนด์ไปเรื่อย ๆ อยากชวนให้ทุกคนทบทวนดูว่ามันเป็นความชอบของเราหรือความชอบของใคร และหากเจออะไรที่ไม่สบายใจบนอินเตอร์เน็ต ก็อย่าลืมว่าอิสระและทางเลือกความสงบของเราอยู่ใกล้แค่ปลายนิ้ว ลองปัดออกจากโซเชียลสักพัก ใช้เวลามองสิ่งรอบตัวอย่างเบื่อๆ อยู่กับตัวเองเงียบๆ หรือคุยกับคนแปลกหน้าดูบ้างก็ได้ บางทีคุณอาจได้ตกตะกอนอะไรมากกว่าที่คิด

          ผู้เขียนอยากชวนให้ทุกคนลองนึกย้อนไปในยุคกึ่งออนไลน์ ตอนที่เรายังมีชีวิตประจำวัน based on โลกออฟไลน์ ว่าเรามีชีวิตประจำวันยังไงกันบ้าง เราเชื่อมโยงกับสิ่งต่างๆ รอบตัว คนรอบตัว หรือตัวเราเองมากกว่าปัจจุบันแค่ไหน พอได้มีโอกาสเขียนถึงเรื่องนี้ ผู้เขียนย้อนนึกถึงวัยเด็กที่ตื่น 6 โมงเช้ามาดูการ์ตูนช่องโปรด ทานข้าวและคุยกับคุณแม่อย่างช้าๆ ถ้าเบื่อก็ออกไปหาเพื่อนเล่น ซึ่งการละเล่นก่อนมีอินเตอร์เน็ตมักจะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และทักษะการประยุกต์ระดับสูง หรือเรียกง่ายๆ ว่ามีอะไรก็เล่นอันนั้น หลังจากแยกย้ายกันก็ได้เวลาเข้าสู่โหมดส่วนตัว วัยเด็กของผู้เขียนมักจะหมดไปกับการอ่านหนังสือและคิดทบทวนว่าวันนี้ทำอะไรมาบ้าง และพรุ่งนี้อยากจะทำอะไรต่อไป ไม่นานก็ได้เวลาเข้านอน 

          ในวันที่จิตใจไม่สงบ ผู้เขียนลองเลียนแบบกิจวัตรโลกออฟไลน์ในวัยเด็กแล้วรู้สึกว่าจริงๆ มันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด สิ่งเหล่านี้อาจเป็นคำตอบที่แท้จริงให้กับความสงบในจิตใจก็ได้ เพราะบนโลกที่วุ่นวาย การฝึกอยู่กับตัวเองให้ได้อย่างแท้จริงไม่ว่าจะในทางไหนคงเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ถ้าทำได้ ผลลัพธ์ที่ได้มันน่าอัศจรรย์สำหรับผู้เขียน เป็นความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ได้อยู่ในวัยที่ชีวิตเรียกได้ว่า ‘สงบ’ จริงๆ (ตอนนั้นก่อนนอนก็มีเรื่องเครียดแค่พรุ่งนี้จะกินอะไรดี)

          ในขณะที่เจนซีกำลังวิ่งหาความสงบผ่านศาสตร์และความเชื่อต่างๆ กระแส spirituality ก็กำลังแตกกิ่งก้านออกไปเรื่อยๆ จนยากจะบอกได้ว่าอะไรคือการดูแลจิตใจ และอะไรคือธุรกิจที่แต่งตัวมาในรูปของการดูแลจิตใจ เจนซีที่เชื่อว่าตัวเองรู้เท่าทันและไม่มีทางถูกหลอกง่ายๆ อาจจะกำลังอยู่ในกระแสที่ตัวเองเคยล้อคนรุ่นอื่นๆ ไว้โดยไม่รู้ตัวก็ได้ และสิ่งที่เราโพสต์ลงโซเชียลมีเดียวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นมีมพระ ดอกบัวคุมโทน หรือแคปชั่น #weseekpeace ล้วนกำลังกลายเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของยุคสมัยนี้ ไม่ต่างจากรูปถ่ายที่เขาคิชฌกูฏของรุ่นพ่อแม่เราเท่าไหร่นัก แค่เท่กว่าและคุมโทนกว่า

          สุดท้ายแล้ว ผู้เขียนอยากให้ทุกคนมาเป็น #genzweseekpeace ไปด้วยกัน โดยบางทีอาจจะไม่ต้องแชร์กันก็ได้ เพราะความสงบอยู่ที่ใจไม่ใช่ไลค์บนจอ

Writer


Graphic Designer

วรพิชชา อุดมทรัพย์ปัญญา

เตรียมเป็นดาวติ้กต้อกยอดฟอล 5 หมื่นล้าน
และเคยทำart directorให้ aespa (ในฝัน)

Discover more from Awake1525

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading