ในยุคสมัยที่ค่าครองชีพสูงขึ้น แต่โอกาสทางการเงินและการศึกษานั้นถูกกระจุกอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ ผู้คนจำนวนมากต้องตัดสินใจละทิ้งถิ่นฐานเพื่อเข้ามาเรียนต่อ หรือทำงานหาเลี้ยงตนเอง และครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มคน Gen Z ที่กำลังก้าวสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากวัยรุ่นสู่การเป็นผู้ใหญ่ หลายคนต้องใช้ชีวิตห่างจากครอบครัวเป็นครั้งแรก ต้องเผชิญทั้งการแข่งขัน ความกดดัน และความเหงา ท่ามกลางความรับผิดชอบเหล่านี้  ความรู้สึก ‘nostalgia’ หรือความโหยหาอดีตจึงเกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงการคิดถึงอดีต หรือบ้านในฐานะสถานที่ แต่เป็นการคิดถึงช่วงเวลาที่เคยได้ใช้ชีวิตในวัยเยาว์ ได้ตื่นขึ้นมาโดยไม่ต้องกังวลกับภาระของการเป็นผู้ใหญ่ แต่การจะหวนกลับไปได้นั้นก็ช่างยากลำบาก ทำได้เพียงกลับไปได้แค่เวลาสั้นๆ ในช่วงวันหยุดยาว หรือเทศกาล เมื่อเวลาเหล่านั้นจบลงก็ต้องกลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริงอันโหดร้ายตามเดิม
.

          การโหยหาอดีต หรือ Nostalgia คือความรู้สึกถวิลหาเวลาที่เคยมีความสุขแม้จะไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีก แต่ทุกครั้งเมื่อได้มองย้อนกลับไปก็มักเกิดความรู้สึกสุขปนเศร้าอยู่เสมอ ความทรงจำเหล่านี้อาจถูกปลุกขึ้นจากสิ่งเล็กๆ รอบตัว เช่น การได้ฟังเพลงที่คุ้นเคย กลิ่นในวัยเด็ก ภาพยนตร์ในความทรงจำ หนังสือเล่มโปรด ไปจนถึงการย้อนดูรูปถ่ายในวันวานที่ทำให้เห็นช่วงเวลาแห่งความสุข จนบางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบกับปัจจุบัน ว่าช่วงเวลาเหล่านั้นช่างเรียบง่ายและมีความสุข ต่างจากปัจจุบันที่มีภาระหน้าที่มากมายที่ต้องแบกรับ

          กลุ่มคน Gen Z คือผู้คนที่เกิดเมื่อปี พ.ศ 2540 – 2555 คือมีอายุราว 29-14 ปี เป็นกลุ่มคนที่เติบโตมาพร้อมกับอินเตอร์เน็ต และสมาร์ตโฟน อีกทั้งยังเป็นกลุ่มแรกที่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แต่ความผูกพันกับบ้านเกิด ครอบครัว และผู้คนรอบตัวยังคงเป็นส่วนสำคัญของชีวิตไม่ต่างจากคนรุ่นก่อน เมื่อเวลาผ่านไปกลุ่มคน Gen Z บางส่วนก็เริ่มก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ จำนวนไม่น้อยต้องพลัดถิ่นเข้ามาหาโอกาสทางการศึกษา หรือทำงานในเมืองใหญ่ เมื่ออายุที่มากขึ้นมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่มากขึ้นตาม การแข่งขันในสังคม และความไม่แน่นอนของอนาคต ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้ทำให้การกลับบ้านไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป กลายเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนล่วงหน้า และทำได้เพียงกลับในช่วงหยุดยาว หรือเทศกาลสำคัญ เมื่อรวมกับความเหนื่อยล้า ความเหงา และความอ้างว้าง การคิดถึงบ้าน หรือความรู้สึก Nostalgia จึงมักเกิดได้บ่อยครั้ง ไม่เพียงแต่สถานที่ แต่เป็นบรรยากาศ กลิ่นดิน กลิ่นฝนที่ล้วนเติบโตมาพร้อมกัน ผู้คนที่คุ้นเคย ตลอดจนความรู้สึกปลอดภัยในวันเก่าๆ

          โดยทั่วไปแล้ว ‘บ้าน’ หมายถึงเรือนสำหรับอยู่อาศัยและหลับนอน แต่สำหรับใครหลายคน บ้านกลับมีความหมายมากกว่านั้น บ้านคือความสบายใจ เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่คอยต้อนรับอยู่เสมอ เมื่อกลับบ้านไปก็มักจะมี อาหารที่คุณแม่คอยทำเตรียมไว้ให้อยู่ทุกครั้ง ซึ่งจะเป็นรสชาติที่ไม่สามารถหาจากที่ไหนได้ หรือโดยส่วนใหญ่มักเรียกสิ่งนี้ว่า ‘รสมือแม่’ ซึ่งความเรียบง่ายเหล่านี้ล้วนกลายเป็นสิ่งที่มักถูกพูดถึง และกลายเป็นความคิดถึงอยู่เสมอในวันที่ต้องไกลบ้าน เช่น เพจ ‘แม่ เมนูนี้ทำไง’ ก็ได้ถูกสร้างขึ้นจากความคิดถึงแม่และเมนูในวัยเด็กเมื่อตอนอยู่ต่างจังหวัดของคุณเค-คณิณ พรรคติวงษ์ โดยถ่ายทอดบทสนทนาระหว่างแม่ลูกผ่านการโทรศัพท์ถามสูตรอาหาร และได้กลายเป็นบทสนทนาที่เต็มไปด้วยความผูกพัน เสมือนเป็นพื้นที่เก็บความทรงจำของบ้านไว้ในวันที่ไม่สามารถกลับไปหาได้บ่อยตามเดิม

          นอกจากอาหาร การถ่ายถอดความรู้สึกผ่านบทเพลงก็เป็นสิ่งสำคัญที่สะท้อนนิยามของคำว่า Nostalgia ในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยส่วนใหญ่มักเป็นบทเพลงให้กำลังใจคนไกลบ้านและถูกขับขานในรูปแบบของเพลงลูกทุ่ง ที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเรื่องการกระจายรายได้อย่างไม่เท่าเทียมได้ชัดเจน เช่น เพลง ‘กลับบ้าน’ ของคุณ ปราง ปรางทิพย์ ที่บอกเล่าเรื่องราวของการไล่ตามความฝันจากชนบทสู่เมืองใหญ่ แต่ยังคงคิดถึงบ้านเกิดตลอดมา โดยมีเนื้อเพลงท่อนนึงได้กล่าวไว้ว่า “…คิดฮอดตอนเป็นเด็กน้อย​ พากันหลอยแล่นเล่นลงถ่ง อีพ่ออีแม่เลาเอิ่นส่ง​ หล่ายังคงบ่หลงลืมบ้านเฮา คิดฮอดเสียงเเคนเสียงพิน​ กลิ่นไอดินยังอบอวนคือเก่าคำสอนจากปู่ย่า​ผู้เฒ่า​ อยู่​ไสเฮากะเป็นคนบ้านนา…” ที่สะท้อนความคิดถึงช่วงเวลาในวัยเยาว์ เสียงดนตรี บรรยากาศ และผู้คนได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามบทเพลงเหล่านี้ไม่เพียงแต่บอกเล่าความสุขในอดีต แต่ยังเป็นสิ่งที่สะท้อนปัญหาของสังคม และเศรษฐกิจไทยที่ผลักดันให้คนพลัดถิ่นจากการกระจายรายได้และโอกาสที่ไม่มากพอดี

          มีคำกล่าวว่า ‘บ้านไม่ใช่สถานที่ แต่เป็นผู้คน’ สำหรับใครหลายคน บ้านจึงไม่ใช่เพียงอาคารที่ใช้พักอาศัย หากแต่คือรอยยิ้มของคนที่รออยู่หลังประตูบ้าน คือเสียงที่ถามว่า “เป็นยังไงบ้างวันนี้” หลังจากกลับมาจากวันที่เหนื่อยล้า หรือคืออาหารจานโปรดที่ถูกจัดเตรียมไว้บนโต๊ะทุกครั้งที่ได้กลับไปถึง คนเหล่านี้คือผู้ที่คอยเฝ้ามองการเติบโตของเด็กคนหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ยังเดินไม่ได้ พูดไม่เป็น ไปจนถึงวันที่สามารถก้าวออกไปใช้ชีวิตด้วยตนเอง ในตอนนั้นเด็กคนนั้นอาจไม่เคยตระหนักว่าการมีพวกเขาอยู่ใกล้ตัวเป็นเรื่องพิเศษเพียงใด จนกระทั่งวันหนึ่งที่ต้องย้ายออกจากบ้านเพื่อเรียนต่อหรือทำงานในเมืองใหญ่ ระยะทางจึงทำให้สิ่งที่เคยมองว่าเป็นเรื่องธรรมดากลายเป็นสิ่งที่คิดถึงอยู่เสมอ

          ความคิดถึงบ้านของเด็ก Gen Z  จึงไม่ได้หมายถึงการคิดถึงสถานที่ หรือบรรยากาศแต่เพียงเท่านั้น หากแต่หมายถึงการคิดถึงผู้คนที่เคยอยู่ในช่วงเวลาเหล่านั้นร่วมกัน เพราะเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดอาจไม่ใช่บ้าน หรือสถานที่ แต่กลับเป็นผู้คนภายในบ้านที่ค่อยๆ โรยราลงในทุกวัน

          “ตอนนี้แม่อายุ 55 ถ้าสมมติแม่อยู่ถึง 70 ก็จะเหลือเวลาอีก 15 ปี ลูกกลับบ้านปีละ 2 ครั้ง เท่ากับว่าเราเหลือเวลาเจอกันอีกแค่ 30 ครั้งเองนะ น้อยเหมือนกันเนอะ”

          ประโยคที่ปรากฏอยู่บนโลกออนไลน์ทั้งแพลตฟอร์ม X และ TikTok กลายเป็นกระแสที่พูดถึงอยู่ชั่วขณะหนึ่ง เป็นเหมือนสิ่งย้ำเตือนใครหลายๆ คนถึงระยะเวลา 15 ปี ที่อาจมากกว่าหรือน้อยกว่านั้น กลายเป็นระยะเวลาที่แสนสั้น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่จะได้กลับไปพบเจอ ขณะที่คนหนึ่งคนกำลังเติบโต สร้างหน้าที่การงาน และพยายามไขว่คว้าโอกาสในชีวิต  ในทางกลับกัน คนที่คอยมองดูคนเหล่านั้นจากทางด้านหลังกลับแก่ชราขึ้นทุกวัน ผมหงอกที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งเมื่อกลับบ้าน ริ้วรอยบนใบหน้าที่ชัดเจนกว่าเดิม หรืออาการปวดเมื่อยที่ถูกพูดถึงบ่อยขึ้น ล้วนเป็นสิ่งย้ำเตือนว่าเวลาไม่เคยหยุดเดินสำหรับใคร

          ท่ามกลางความคิดถึงมากมาย บนโลกแห่งความเป็นจริงชีวิตกลับถูกขับเคลื่อนด้วยเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ การกระจุกตัวของแหล่งงานและโอกาสต่างๆ ในกรุงเทพมหานครฯ หรือหัวเมืองใหญ่ กลายเป็นแรงผลักดันที่บีบให้คน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่กำลังจะเข้าสู่สังคมวัยทำงานอย่างกลุ่มคน Gen Z ที่ต้องดิ้นรนเข้ามาหาโอกาสนั้น โดยผลสำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเผยว่า เมื่อปี พ.ศ. 2566 กรุงเทพฯ มีประชากรแฝงกลางวันถึงร้อยละ 55.3 ที่เข้ามาเรียนและทำงาน และประชากรแฝงกลางคืนร้อยละ 32.8 ตัวเลขเหล่านี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางโอกาสที่ทำให้ผู้คนจากต่างจังหวัดเข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลเพื่อหาโอกาสทางการเงิน ที่ต้องส่งต่อความมั่นคงให้บ้านเกิด แลกกับการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่

          จังหวัดลำปางอาจเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนของปัญหาดังกล่าว เมืองที่หลายคนรู้จักในฐานะเพียงทางผ่านสู่เชียงใหม่ หรือได้รับฉายาว่าเป็น ‘เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา’ วันนี้กลับกำลังเผชิญกับความท้าทายอีกด้าน เมื่อจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวนของคนรุ่นใหม่ค่อยๆ ถดถอยลง ข้อมูลจากสำนักงานสถิติจังหวัดลำปางเผยว่าลำปางได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบ โดยอ้างอิงจากสัดส่วนประชากรทั้งหมดต่อจำนวนผู้สูงอายุ ในขณะที่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเลือกย้ายออกไปทำงานในจังหวัดอื่นเพราะโอกาสในพื้นที่มีจำกัด ผลลัพธ์ที่ตามมาคือบ้านหลายหลังเหลือเพียงผู้สูงอายุใช้ชีวิตอยู่ลำพัง ขณะที่ลูกหลานทำได้เพียงกลับมาเยี่ยมในช่วงเทศกาลสำคัญ สะท้อนถึงการเข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึกษา การทำงาน และรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน จึงทำให้คนต้องพลัดถิ่นฐานไปไกลอย่างเลี่ยงไม่ได้

          ในช่วงเทศกาลของทุกปี ปรากฏการณ์ที่สะท้อนภาพการพลัดถิ่นได้ชัดเจนที่สุดคือภาพถนนในกรุงเทพฯ ที่ว่างเปล่าอย่างผิดตา สวนทางกับถนนเส้นหลักมุ่งสู่ต่างจังหวัดที่มีปริมาณรถมหาศาล หรือภาพความแออัดตามสถานีขนส่งที่ตั๋วเดินทางถูกจับจองจนเต็มทุกที่นั่ง ในปี พ.ศ. 2568 ข้อมูลจากบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ระบุไว้ว่ามียอดผู้โดยสารที่เดินทางออกจากกรุงเทพฯในช่วงเทศกาลสงกรานต์สูงถึง 103,759  คน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขของการเดินทางแต่คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในการกระจายรายได้และโอกาสของภาครัฐที่ยังขาดประสิทธิภาพความเหลื่อมล้ำนี้เองที่บีบบังคับให้คนต่างจังหวัดต้องละทิ้งถิ่นฐานเข้ามาขายแรงงานในเมืองหลวง และทำได้เพียงรอแค่ช่วงเทศกาลเท่านั้นที่จะได้กลับบ้าน
.

          ความรู้สึก Nostalgia ที่เกิดขึ้นกับเด็ก Gen Z จึงเป็นสิ่งเยียวยาจิตใจท่ามกลางภาระหน้าที่และโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่บีบบังคับ ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการบริหาร และกระจายโอกาส รวมถึงรายได้อันไม่ทั่วถึงของรัฐบาล ที่ผลักดันให้คนได้พลัดถิ่นมาไกลจากบ้าน และทำให้บ้านกลายเป็นปลายทางสั้นๆ ในช่วงเทศกาล ตราบใดที่โอกาสนั้นยังกระจายไม่ทั่วถึง ความรู้สึก Nostalgia นั้นก็จะถูกส่งผ่านไปในแต่ละ Generation ไม่มีสิ้นสุด เปรียบเสมือนกลไกที่คอยอยู่เป็นเพื่อนมนุษย์ในวันที่ถวิลหาวันวาน
.

รายการอ้างอิง
คณะก้าวหน้า. (2 พฤษภาคม 2565). ทำไมใครๆ หลายคนต้องจากบ้าน มาเป็นแรงงานในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ? เข้าถึงได้จาก: https://progressivemovement.in.th/article/8025/
จุฬาลักษณ์ เดชะ. (28 ธันวาคม 2567). กรุงเทพฯ คือต่างจังหวัดสำหรับฉัน. เข้าถึงได้จาก: https://adaymagazine.com/bangkok-pain-workers/
ฐานเศรษฐกิจ. (9 พฤษภาคม 2567). เปิดสถิติ “ประชากรแฝง” ไทย 2566 เกือบ 10 ล้านคน กทม.ครองแชมป์ เข้าถึงได้จาก: https://www.thansettakij.com/business/economy/595540
เทพพิทักษ์ มณีพงษ์. (3 พฤษภาคม 2560). อดีตอันแสนหวาน คือยาสมานแผลจากการเติบโต. เข้าถึงได้จาก: https://www.thansettakij.com/business/economy/595540https:/www.the101.world/the-healing-power-of-nostalgia
ปวีณ์กานต์ อินสว่าง. (16 กรกฎาคม 2564). ‘แม่ เมนูนี้ทำไง’ เพจที่ลูกชายขอบันทึกข้อความทรงจำเกี่ยวกับแม่ผ่านการทำอาหารเมนูโปรด. เข้าถึงได้จาก: https://adaymagazine.com/mommenustory/
ยศไกร รัตนบรรเทิง. (13 เมษายน 2568). คนไทยแห่กลับบ้าน 167,444 คนในวันเดียว. เข้าถึงได้จาก: https://www.tnnthailand.com/tnnexclusive/195973/
อิทธิเดช พระเพ็ชร. (11 ธันวาคม 2565). บ้านนอกในกรุง บ้านทุ่งแดนไกล: ปฏิสัมพันธ์ อำนาจนำ และการต่อรองระหว่างเมืองกับชนบท ในเพลงลูกทุ่งไทย. เข้าถึงได้จาก: https://www.the101.world/folk-song-urban-rural-relations/
Marketeer Team. (11 พฤษภาคม 2566). ล้วงอินไซต์คนวัย “เดอะแบก” เมื่อ “ครอบครัวคือเรื่องสุดกังวล. เข้าถึงได้จาก: https://marketeeronline.co/archives/307473
Tassana Puttaprasart. (7 พฤษภาคม 2567). “จริงๆ ตอนนั้นก็ดีนะ” แม้วันวานจะมีเรื่องสุขปนเศร้า แต่ทำไมเรายังมองหาอดีตที่ผ่านมา?. เข้าถึงได้จาก: https://thematter.co/lifestyle/nostalgia-is-complicated/225465

Writer

อิคคาริว

บ่าวเหนือ INFJ จากลำปาง กำลังตามหาการพักผ่อน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยฮอตพอตแมน เพลงของ Scrubb และ 48th


Graphic Designer

Mayfor

นักศึกษาคณะเภสัช ที่ชื่นชอบศิลปะ รักในการเล่นเกมส์ หนังสือ ศิลปินที่ชอบ และการใช้เวลาอยู่กับตัวเองเงียบๆ ในห้องนอน

Discover more from Awake1525

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading