คุณคิดว่าความสุขอันเป็นนิรันดร์มีอยู่จริงไหมครับ
          ผมคิดว่าความสุข (Joy) คือสิ่งที่อยู่กับเราแค่ประเดี๋ยวประด๋าว ไม่ได้จีรังยั่งยืน และไม่มีอะไรมาเป็นตัวการันตีเลยว่าทำแบบไหนจึงมีความสุข
.
แล้วทำไมผมถึงกำลังพยายามตามหาความสุขกันนะ 
          คำว่าความสุข พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน นิยามเอาไว้ว่า

          [สุก, สุกขะ-] น. ความสบายกายสบายใจ เช่น ขอให้อยู่ดีมีสุข เกิดมาก็มีสุขบ้างทุกข์บ้าง, มักใช้เข้าคู่กับคำ เป็น เช่น ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข ขอให้เป็นสุข ๆ นะ. 

          ขณะที่นักจิตวิทยาชาวดัชต์ Ruut Veenhoven นิยามว่าคือการที่บุคคลประเมินว่าตนเองชอบชีวิตโดยรวมของตนเองมากแค่ไหน รู้สึกพอใจในชีวิต ไม่ค่อยวิตกกังวล สนุกสนาน และคาดหวังสิ่งดีๆ ในอนาคต

          ในแง่มุมของปรัชญาและศาสนา ความสุขสามารถนิยามได้ถึง การดำรงชีวิตที่ดี การไม่มีทุกข์ การบรรลุเป้าหมายสูงสุดของชีวิต หรือแม้แต่การมีสติปัญญาที่ดี แต่แม้ความสุขในแต่ละบทนิยาม หรือศาสตร์แต่ละแขนงจะไม่เหมือนกันก็จริง แต่เราทุกคนก็ชอบเวลาที่ตัวเองมีความสุขเหมือนกัน ใช่ไหมครับ
.
นักสืบหาความสุข
          เล่าสั้นๆ ว่า ผมใช้เวลาค้นหานิยามข้างต้นทั้งหมดนั้น ก็เพื่อที่จะตามหาตัว คุณความสุข บุคคลที่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะหายตัวไปโดยไม่มีใครรู้ เพราะผมเป็นนักสืบเอกชนที่ถูกจ้างมาเพื่อตามหาตัวคุณความสุขที่หายไปครับ 

          ผมตามหาตัวเขาโดยใช้แว่นขยายอันเล็กๆ กับเสื้อคลุมหนึ่งตัวที่มี 

          ผมตามหาเบาะแสจากสิ่งเล็กๆ รอบตัวที่กระจัดกระจายในแต่ละพื้นที่ ก่อนรวมรวม แล้วเอามาปะติดปะต่อกันเหมือนจิ๊กซอว์ โดยหวังว่าสักวัน จิ๊กซอว์ที่ต่อจะทำให้เจอคุณความสุข

          ผมเริ่มต้นด้วยการสัมภาษณ์เพื่อนๆ ของเขาก่อน และได้ข้อมูลประกอบรูปคดีมาหลากหลาย 

          นับจากนี้ผมขออนุญาตเล่าให้ฟังถึงตอนที่ไปสัมภาษณ์พวกเขานะครับ
.
หมายเลขหนึ่ง คุณความรัก
          เรามาเริ่มต้นที่คนแรก เพื่อนที่สนิทที่สุดของเขา คุณความรัก

          “สวัสดีครับคุณความรัก” 

          “สวัสดีค่ะคุณนักสืบ ว่ายังไงคะ”

          “ผมได้ข่าวว่าคุณสนิทกับคุณความสุขมากเลยใช่ไหมครับ” 

          “ใช่นะคะ ความสุขกับเราสนิทกันสุดๆ ก็ไปไหนไปกันตลอด ว่าแต่…ถามทำไมคะ”

          “คุณความรักครับ คือผมจำเป็นต้องแจ้งว่า ตอนนี้คุณความสุขหายตัวไป แล้วเราก็ยังตามหาตัวเขาไม่เจอ”

          “ตายแล้ว! คุณนักสืบต้องรีบตามหาเพื่อนของฉันให้เจอนะคะ”

          “อันที่จริงผมมาวันนี้ก็เพื่อจะมาหาข้อมูลนี่ละครับ…คุณความรักคิดยังไงกับคุณความสุขเหรอครับ”

          “อืมมม…ความสุขเหรอคะ ฉันคิดว่าเขาเป็นคนจริงใจค่ะ เขามักจะยิ้มให้กับเพื่อนทุกคนอยู่เสมอเลย การมีเขาอยู่ด้วย มันรู้สึกสบายใจที่สุดเลยค่ะ”

          “แล้วคุณความรักพอจะนึกออกบ้างไหมครับว่าคุณความสุขน่าจะไปอยู่ที่ไหนได้บ้าง”

          “เขาไม่น่าจะหายไปไหนนะคะ ปกติเขาก็มักจะอยู่กับพวกเราตลอด จะมีหายตัวไปบ้างเป็นครั้งคราว คุณนักสืบลองหาเขาดีๆ อีกรอบดูไหมคะ หรือไม่งั้นลองไปถามความทุกข์ดูก็ได้ค่ะ”

          “ความทุกข์เหรอครับ?” 

          “ใช่ค่ะ เขาเป็นเพื่อนชั้นเอง แต่…เขาไม่ค่อยถูกกับความสุขเท่าไหร่ ไม่แน่ใจว่าคุณจะได้คำตอบจากเขาไหม แต่ฉันเชื่อค่ะว่าเขาจะต้องบอกในสิ่งที่คุณอยากรู้ได้แน่”

          “โอเคครับ ผมจะลองไปถามคุณความทุกข์ดู ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูล”

          “ยินดีค่ะ หาเพื่อนของฉันให้เจอไวๆ นะคะคุณนักสืบ”  

          คุณความรัก เพื่อนสนิทที่สุดของคุณความสุข เธอเป็นคนสดใส ร่าเริง ยิ้มเก่งและเอาใจใส่เพื่อนๆ อยู่เสมอ เธอบอกผมว่า คุณความสุขเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ และยังบอกอีกว่าให้ลองหาเขาใหม่ดีๆ อีกที เอ หรือมันจะมีจุดที่ผมมองข้ามไปอยู่นะ เอาเป็นว่า ผมลองไปถามคุณความทุกข์ดูก่อนดีกว่า
.
หมายเลขสอง คุณความทุกข์

          ก๊อก ๆ ๆ

          “คุณความทุกข์ครับ คุณความทุกข์อยู่ไหมครับ ผมเป็นนักสืบ มีเรื่องอยากมาสอบถามหน่อยครับ”

          “ว่าไง! มีอะไรคุณนักสืบ”

          “คือผมอยากจะสอบถามเกี่ยวกับคุณความสุขหน่อยนะครับ”

          “เรื่องที่ความสุขมันหายไปใช่ไหม เอาสิ แต่ผมบอกคุณไว้ก่อนนะว่าผมโคตรจะไม่ถูกกับมันเลย”

          “ครับ เรื่องนั้นผมเข้าใจดี เพียงแต่ผมอยากสอบถามว่า ในมุมของคุณ คุณคิดว่าคุณความสุขเป็นอย่างไรครับ”

          “ผมก็บอกไปแล้วว่าผมไม่ถูกกับมัน แต่………ถ้าจะให้พูดตรงๆ ถึงมันจะเป็นคู่แข่งของผมมาโดยตลอด แต่มันก็เป็นคนที่ใจดีกับคนอื่นอยู่เสมอนะ แม้แต่กับตัวผมเองที่เห็นมันเป็นคู่แข่ง มันก็ยังคงเป็นห่วงผมอยู่เสมอ จนบางทีผมก็แอบรู้สึกดีกับมันเหมือนกัน”

          “อย่างงั้นเองเหรอครับ”

          “จะว่าไป ไอเจ้าความสุขมันไม่เคยขาดการติดต่อจากเพื่อนมันนะ ผมว่าคุณนักสืบลองกลับไปค้นที่จุดเริ่มต้นดีกว่า คุณอาจจะหาเขาเจอได้ง่ายกว่าที่คุณคิดก็ได้”

          “ครับ ว่าแต่คุณความทุกข์พอจะรู้จักใครที่พอจะให้ข้อมูลผมเพิ่มได้อีกไหมครับ”

          “นั่นสิ งั้นคุณลองไปถามความกลัวแฟนของเขาดูดีไหมล่ะ” 

          “ความกลัวงั้นเหรอครับ ได้ครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากๆ เลยนะครับ”

          “หมดธุระแล้วใช่ไหม เชิญคุณนักสืบกลับไปได้แล้วครับ” 


          คุณความทุกข์ คู่อริของคุณความสุข ผมว่าภายนอกเขาดูเป็นคนเงียบขรึม ดูจะดุดัน ก้าวร้าว ทำว่าเป็นเกลียดคุณความสุขเข้าไส้ แต่จริงๆ ในใจกลับเป็นห่วงเขามากกว่าที่คิด และที่สำคัญยังบอกให้ผมไปตามหาความสุขจากจุดเริ่มต้น เฮ้อ…ผมพลาดอะไรไปอีกแล้วหนอ ช่างมันๆ เอาเป็นว่าเราไปหาคุณความกลัวแฟนคุณความสุขก่อนดีกว่า
.
หมายเลขสาม คุณความกลัว

          “สวัสดีครับ คุณความกลัวใช่หรือเปล่า ต้องขออภัยที่มาหาคุณในวันหยุดแบบนี้ แต่พอดีผมอยากจะถามคุณเกี่ยวกับเรื่องของคุณความสุขหน่อยน่ะครับ”

          “เอ่อ…สะ สะ สะหวัดดี ค่ะ…ความกลัว…แ…ฟ…น…ของความสุขนะคะ…ไม่ทราบว่าตอนนี้…คุณนักสืบ…ตามหา…ตามหาแฟนของฉันคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว…คะ” 

          “ใจเย็นๆ นะครับ ค่อยๆ พูด ที่ผมอยากจะถามคุณก็คือ แฟนคุณขาดการติดต่อไปนานแค่ไหนแล้วครับ”

          “น…น่าจะ…น่าจะพึ่งขาดการติดต่อไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว…ค่ะ!

          “แล้วก่อนขาดการติดต่อ คุณความสุขแสดงท่าที หรือมีอาการอะไรแปลกๆ บ้างไหมครับ”

          “เอ่อ…ไม่…ไม่นะคะ เขาดูแลเอาใจใส่ฉันเป็นปกติค่ะ…เทคแคร์ฉันดีมากๆ จนคนขี้กลัวอย่างฉันยังต้องยอมแพ้ให้กับรอยยิ้มของเขาเลย…ที่ผ่านมาก็ดูไม่มีอะไรผิดปกติเลยค่ะ”

          “ไม่มีเลยจริงๆ เหรอครับ คุณความกลัวลองคิดดูดีๆ อีกทีไหมครับ”

          “อืม…ถ้าจะมี…ก็มีอยู่นะคะ…คือก่อนที่เขาจะหายไป เขาบอกว่าจะไปเจอเพื่อนเก่าน่ะค่ะ…เพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว”

          “พอจะรู้ไหมครับว่าเพื่อนของเขาคนนี้เป็นใคร หรือเขาจะไปที่ไหน”

          “ฉันไม่รู้เลยค่ะว่าเป็นใคร…แต่…แต่ที่ฉันบอกคุณนักสืบได้คือ แฟนของฉันดูเหมือนอยากจะเจอเพื่อนคนนี้เอามากๆ และนั่นอาจจะเป็นสาเหตุให้หายไปค่ะ”

          “โอเคครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ ผมสัญญาว่าผมจะหาคุณความสุขให้ได้โดยเร็วที่สุด”

          “คุณนักสืบ…ฝากช่วยตามหาแฟนฉันให้เจอด้วยนะคะ”

          “แน่นอนครับ”

          คุณความกลัว แฟนของคุณความสุข เป็นคนขี้กลัวตามชื่อ แต่ก็เป็นคนที่รักคุณความสุขมากๆ เช่นกัน ไม่แน่ว่าอาจจะเพราะความสุขนี่เองที่ทำให้เธอกล้าจะเผชิญหน้ากับความกลัว 

          เราก็ได้ข้อมูลจากทั้ง 3 คนมาเยอะเลย และดูเหมือนทั้ง 3 คนจะเห็นตรงกันว่า เราอาจจะตามหาเขาเจอได้ง่ายกว่าที่คิด เพียงแต่ตลอดมาเรามองข้ามบางอย่างไป 

          เอ๊ะ…หรือว่า!!!

          เมื่อคิดขึ้นได้ ผมก็รีบวิ่งไปที่บ้านของตัวเอง

          “คุณ!…คุณเข้ามาที่บ้านของผมได้ยังไงครับ คุณความสุข”
          
          “สวัสดีครับคุณนักสืบ หรือคุณจะให้ผมเรียกคุณว่า ชีวิต ดีล่ะ”
          
          “นี่คุณ! คุณรู้จักชื่อนั้นของผมได้ยังไงกัน แล้วนี่คุณเข้ามาอยู่ในบ้านของผมได้ยังไงคุณยังไม่ตอบผมเลยนะ”
         
          “คุณคงจะลืมผมไปแล้วจริงๆ ผม ‘ความสุข’ เพื่อนสมัยเด็กของคุณไงครับ เราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิด แต่พอตอนคุณย้ายมาเรียนที่กรุงเทพฯ คุณก็ขาดการติดต่อไป ผมตามหาคุณมานานมากกว่าจะหาคุณเจอ และพึ่งรู้ว่าคุณทำงานเป็นนักสืบ ผมเลยว่าจะแกล้งคุณดูซักหน่อยน่ะ…เจ้าเพื่อนรัก” 


          ใช่แล้วครับคุณผู้อ่านทุกท่าน ความสุขกับชีวิตเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เกิด แต่ด้วยปัจจัยภายนอกหลายๆ อย่างทำให้ชีวิตหลงลืมความสุขไปยาวนาน จนวันที่พวกเขาได้กลับมาพานพบกันอีกครั้ง 

          แล้วเรื่องราวการสืบคดีในครั้งนี้ก็จบลงด้วยการที่ผมตามหาความสุขจนเจอ
.
          จากเรื่องราวที่เล่ามาทั้งหมด ผมไม่ได้อยากจะบอกให้ทุกคนตามไขว่คว้าหาความสุขนะครับ 

          แน่นอนครับ หากน้ำต้องพึ่งเรือฉันใด ชีวิตก็ต้องพึ่งความสุขฉันนั้น 

          แต่ความสุขก็ไม่ได้อยู่กับเราไปตราบชั่วนิจนิรันดร์ มันเหมือนการขึ้นรถไฟเหาะ มีทั้งขึ้นและลง อยู่ที่ว่าช่วงนั้นเรามีประสบการณ์ หรือมีความรู้สึกแบบไหนอยู่กันแน่ 

          ดังนั้น แทนที่จะมุ่งมั่นค้นหาความสุข ในส่วนสุดท้ายของบทความนี้ ผมอยากจะชวนทุกท่านมาตั้งคำถามกับตัวเองครับว่า จริงๆ แล้ว คุณอยากจะมีความสุขแบบไหนกัน

          จะเป็นความสุขที่เกิดขึ้นจากสิ่งเล็กๆ ภายนอก เช่น การได้ทานของอร่อย ได้อยู่กับคนที่รัก การสอบได้คะแนนสูง 

          หรือจะเป็นความสุขแบบของผม คือความสุขภายใน

          ความสุขที่เกิดจากภายในของผมมันเริ่มต้นขึ้นมาจากการยอมรับตัวเองในแบบที่เป็น การดูแลจิตใจ รวมไปถึงการซึมซับความรู้สีกดีๆ จากสังคมรอบตัว ที่ทำให้ผมมีทัศนคติเชิงบวก มีพลังและจิตวิญญาณในการใช้ชีวิตครับ

          เจ้าความสุขนี้คือการเตรียมสภาพจิตใจของผมให้พร้อมสำหรับการสร้างบรรยากาศและทัศนคติเชิงบวกเพื่อแปรเปลี่ยนอะไรก็ตามที่เข้ามาในชีวิตให้เป็นความสุข 

          และเพราะความสุข คือสิ่งที่สร้างขึ้นมาอย่างประณีต ทีละน้อย ผ่านประสบการณ์สภาพแวดล้อม และจิตใจของตัวเอง เราทุกคนเลยสร้างความสุขจากภายในของได้ง่ายๆ ผ่านการมองเห็นคุณค่าในตัวเองนะครับ 

          แม้จะฟังดูเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่แค่คุณสงบนิ่ง หลับตาลง แล้วมีสมาธิจดจ่อกับตัวเองในแต่ละวันพร้อมบอกกับตัวเองว่า

          “วันนี้เก่งมากๆ เลยนะ ขอบคุณนะที่ผ่านทุกเรื่องราวตลอดวันมาได้”

          ด้วยประโยคสั้นๆ แค่นี้ คุณก็สามารถสร้างความสุขจากภายในของตัวเองขึ้นมาได้แล้วครับ

          นอกจากนี้ เรายังมีโอกาสอื่นที่จะสร้างคุณค่าขึ้นมาให้ตัวเองได้อีก ไม่ว่าจะผ่านการมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับใครสักคน การขยับเข้าหาเป้าหมายของตัวเองไปทีละก้าว หรือแม้แต่การยอมรับตัวเองให้มากขึ้นในแต่ละวัน 

          สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณความตั้งใจในทุกวันของทุกคนครับ 

          ขอให้ทุกคนมอบรอยยิ้มที่เป็นสีสันนี้ให้แก่โลกในทุกๆ วันได้  ขอให้ค้นพบความสุขภายในของตัวเอง และค้นพบความสุขที่เป็นมากกว่าคำว่านิรันดร์ไปด้วยกันนะครับ

          ขอบคุณครับ

Writer

สรวิชญ์ วิมลแก้ว

นักเขียนมือใหม่ที่มาจากสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ผู้สว่างไสวใต้แสงจันทร์


Graphic Designer

ศิรประภา จารุจิตร

Born to slay, forced to work 🤡