เราเติบโตมากับความเชื่อว่า ‘การเรียนรู้’ คือการนั่งฟังในห้องเรียน ท่องจำให้สอบผ่าน แล้วเดินต่อไปตามเส้นทางที่คนอื่นวางไว้ให้ แต่ในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วกว่าเวลาหนึ่งปีการศึกษา คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ เราเรียนอะไร หากแต่อยู่ที่ เราเรียนรู้ได้อย่างไร และ เราเรียนรู้จากชีวิตจริงรอบตัวเราแค่ไหน
สำหรับวัยรุ่นที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลกซึ่งเต็มไปด้วยความสับสน วุ่นวาย และไม่แน่นอน การเรียนรู้จึงไม่ใช่แค่การสะสมความรู้เพื่อผ่านการสอบคัดเลือกอีกต่อไป หากคือกระบวนการค่อยๆ แยกให้ออกว่าอะไรคือเสียงของโลก และอะไรคือเสียงของตัวเอง ในวันที่ข้อมูลล้น ความคาดหวังหนัก และความสำเร็จถูกวัดจากความเร็ว ไดนามิกของโลกเช่นนี้กำลังบังคับให้เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการเรียนรู้ จากการมุ่งผลลัพธ์ ไปสู่การให้คุณค่ากับ ‘กระบวนการ’ มากขึ้น
บทความนี้จึงชวนกลับมามองการเรียนรู้ในฐานะพื้นที่ปลอดภัยของการตั้งคำถาม การลองผิด และการเติบโต โดยไม่ต้องรีบมีคำตอบว่าเราเป็นใคร เพราะการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำตอบเสมอไป แต่อาจเริ่มจากความสงสัย ความล้มเหลว และการฟังเสียงของตัวเองให้ชัดขึ้นท่ามกลางโลกที่อื้ออึง ที่สำคัญ การเรียนรู้ตัวเองซึ่งถือเป็นทักษะแห่งศตวรรษ ก็มักจะค่อยๆ ปรากฏชัดจากความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเรียนรู้จากภายใน
ในปัจจุบัน นิยามของคำว่า ‘การเรียนรู้’ เปลี่ยนไปจากอดีตอย่างมาก การแสวงหาความรู้ทางวิชาการกลายเป็นเรื่องง่าย ข้อมูลอยู่รอบตัว เครื่องมือการเรียนรู้ ตัวช่วยแบบเอไอ และเทคโนโลยีการค้นหาต่างๆ ช่วยย่นระยะเวลาการเข้าถึงคำตอบ ความรู้สามารถอัปเดตได้ในเสี้ยววินาที สิ่งที่เคยถูกมองว่าใหม่หรือล้ำสมัย อาจตกรุ่นได้ในเวลาไม่นาน อย่างไรก็ตาม อีกฟากหนึ่งของการเรียนรู้ นั่นคือการเรียนรู้ชีวิตและความเป็นมนุษย์ กลับยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของนักแสวงหาความรู้ในยุคใหม่ โดยเฉพาะเมื่อมีงานสำรวจจำนวนไม่น้อยชี้ให้เห็นว่า วัยรุ่นที่เติบโตในสภาพแวดล้อมดิจิทัลกำลังหลงทางและมองไม่เห็นตัวตนของตนเองอย่างชัดเจน นำไปสู่ปัญหาสำคัญของยุคสมัย นั่นคือการสูญหายไปของอัตลักษณ์
ในทางจิตวิทยา มาร์ซี พี. ดริสโกลล์ (Marcy P. Driscoll) ให้นิยามการเรียนรู้ว่าเป็น ‘การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างถาวร อันเป็นผลมาจากประสบการณ์และการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสิ่งแวดล้อม’ จากนิยามนี้ การเรียนรู้จึงไม่ใช่ผลลัพธ์ของการสอนเพียงอย่างเดียว หากหมายความว่า เมื่อใดก็ตามที่ต้องการเรียนรู้อะไร เราจำเป็นต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่กับประสบการณ์นั้น ไปพบ ไปเจอ ไปสัมผัสกับสิ่งที่ไม่รู้ ไม่เคย หรือไม่คุ้นเคย เพื่อทำความเข้าใจมันอย่างแท้จริง ในโลกปัจจุบัน การเรียนรู้เช่นนี้มีตัวช่วยมากมาย ตั้งแต่แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ หนังสือ ไปจนถึงคอร์สเรียนจากทั่วโลก
การเรียนรู้ในความหมายร่วมสมัยจึงครอบคลุมทั้งการเรียนรู้ภายนอก ว่าด้วย ‘โลก’ และการเรียนรู้ภายใน ว่าด้วย ‘ตัวเรา’ ซึ่งต้องอาศัยกระบวนการแห่งความเป็นมนุษย์ที่อ่อนโยนพอจะเข้าใจการทำงานของจิตใจ เมื่อเราเข้าใจตัวเองได้ดีขึ้น การขยายความเข้าใจไปสู่ผู้อื่นก็จะเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นเช่นกัน
ในปี ค.ศ. 2007 มีการประชุมระดับโลกที่เมืองซานฟรานซิสโก ซึ่งรวบรวมผู้บริหาร นักการศึกษา นักศึกษา และผู้เกี่ยวข้องกว่า 600 คน เพื่อร่วมกันตั้งคำถามว่า จะทำอย่างไรให้การศึกษาช่วยให้มนุษย์เป็น ‘มนุษย์’ ได้อย่างเต็มศักยภาพ และสามารถอยู่ร่วมกับทุกชีวิตบนโลกอย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นคนที่รักสันโดษหรือชอบเข้าสังคมก็ตาม ข้อสรุปสำคัญคือ การเรียนรู้จำเป็นต้องเกิดขึ้นตลอดชีวิต ไม่ใช่เพียงเพื่อให้เราประกอบอาชีพหรือไล่ตามเทคโนโลยีให้ทัน แต่เพื่อให้เรา ‘อยู่เป็น’ และ ‘มีความสุขเป็น’ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 จึงขยายขอบเขตไปสู่การทำความเข้าใจโลก ตั้งแต่ระดับภายในตัวเอง ไปจนถึงการยอมรับความแตกต่างหลากหลายของผู้คน ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อให้สามารถหมุนไปพร้อมกับโลกได้โดยไม่เวียนหัว
การรู้วิธีแสวงหาความรู้ การฝึกฝน และการพาตัวเองเข้าไปมีประสบการณ์กับโลกอย่างเป็นธรรมชาติ จึงกลายเป็นทักษะสำคัญของยุคสมัย แม้จะดูเป็นเรื่องง่าย แต่กลับยากสำหรับใครหลายคน ทั้งยากที่จะรู้จักและจัดการตัวเอง รวมถึงยากที่จะเข้าใจและยอมรับผู้อื่นที่แตกต่างจากเรา
กระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์สามารถอธิบายอย่างง่ายได้ผ่านสามขั้นตอนหลัก ได้แก่ ประสบการณ์ ความเข้าใจ และความนึกคิด ประสบการณ์เกิดขึ้นผ่านประสาทสัมผัสต่าง ๆ ซึ่งเป็นประตูให้เราเห็น พบ และสัมผัสโลกในแบบที่แตกต่างกัน ความเข้าใจเกิดจากการตีความและให้ความหมายกับประสบการณ์นั้น ส่วนความนึกคิดคือการบูรณาการประสบการณ์เดิมกับประสบการณ์ใหม่ เชื่อมโยง วิเคราะห์ และขยายความเข้าใจให้ลึกและกว้างขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ที่สมบูรณ์
ท้ายที่สุดแล้ว การเรียนรู้คือทักษะสำคัญของวัยรุ่นในโลกที่เสียงดัง วุ่นวาย และไม่แน่นอน ความรู้จากภายนอกช่วยให้เราเห็นโลกกว้างขึ้น เห็นวิธีคิดที่หลากหลาย และรู้ว่ามีทางเลือกมากกว่าที่เคยเชื่อ ขณะที่การเรียนรู้จากภายในคือการยูเทิร์นทางความคิด กลับมาถามตัวเองอย่างซื่อสัตย์ว่า ความรู้เหล่านั้นเชื่อมโยงกับชีวิตของเราอย่างไร อะไรควรเก็บไว้ และอะไรควรวางลงเพื่อความสบายใจ
เมื่อการเรียนรู้จากภายนอกและภายในเดินไปพร้อมกัน การเรียนรู้จะไม่ใช่ภาระหรือภาวะบังคับอีกต่อไป หากแต่เป็นกระบวนการที่ช่วยให้เราเข้าใจโลกมากขึ้นโดยไม่หลงลืมตัวเอง และที่สำคัญ ช่วยให้เรากลับมาตอบคำถามร่วมสมัยว่า ‘เราเป็นใคร’ ผ่านการมองเห็นคุณค่าจากภายใน ไม่ใช่เพื่อหาคำตอบที่ชัดเจนที่สุดในทันที แต่เพื่อทำความรู้จักตัวเองให้ลึกขึ้น ยืนอยู่กับความไม่แน่นอนได้มั่นคงขึ้น และค่อย ๆ เติบโตในแบบที่เป็นตัวเอง โดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร
ปรับปรุงข้อมูลจาก
DIY your Heart by Jitarsa Bank คู่มือดีต่อใจ ออกแบบความสุขด้วยตัวเอง โดยธนาคารจิตอาสา (2558)
Writer
Graphic Designer

นักศึกษาภาพยนตร์ที่วาดภาพประกอบได้นิดหน่อย ชอบอ่านหนังสือ ดริปกาแฟ รีวิวกูเกิ้ล
และมีความสุขกับการตระเวนกินดื่มตามรอยร้านอร่อยในตำนาน

