บ่อยครั้งที่เรามักหลงลืมคุณค่าของวัยเด็ก อันเป็นช่วงเวลาที่แม้เปราะบางหากแต่งดงามที่สุดของมนุษย์ ชีวิตไม่กี่สิบปีแรกก่อนที่มนุษย์จะต้องก้าวออกไปท่องโลกด้วยตนเอง หาได้เป็นเพียงแต่จุดเริ่มต้นของการเดินทางยาวนานที่เกิดขึ้นแล้วผ่านไป แต่วัยเด็กคือรากของชีวิต รากอ่อนที่แตกแขนงหยั่งลึกลงดิน วัยเด็กคือฐานที่ต้องก่อขึ้นให้มั่นคง คือเสาเข็มที่ต้องแทงตรงลงหนักแน่น คือจุดเริ่มต้นเรื่องราวมากมายที่ชี้ขาดความเป็นไปของเด็กคนนั้น

          ทว่าในโลกที่เปลี่ยนพลันฉับไวดังปัจจุบัน พื้นที่ปลอดภัยของวัยเยาว์กำลังโดนคุกคามและบีบคั้นหนักหน่วง หาใช่จากสงครามหรือความอดอยากอันเป็นภัยที่ปรากฏร่างเป็นรูปธรรมในอดีต แต่ความคาดหวัง แรงกดดัน กดทับ ตีกรอบของผู้ใหญ่ที่รายล้อมกล้าอ่อนแต่ละต้นต่างหาก ที่กัดกินรากซึ่งกำลังหยั่งลงดินโดยไม่รู้ตัว 
.

          ทุกคนมีวัยเด็กกันแค่คนละครั้งเท่านั้น เป็นช่วงเวลาแสนสั้นที่มีความหมายต่อทุกชีวิตที่สุด ในห้วงเวลานี้ เด็กทุกคนควรมีสิทธิ์ฝันยิ่งใหญ่ และได้ไล่ตามฝันนั้นอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เผาผลาญเพียงความทะเยอทะยานต่างเชื้อเพลิง ขับเคลื่อนกายใจด้วยความอยากรู้อยากเห็นบริสุทธิ์ ปราศจากอำนาจของผลประโยชน์เจือปน ดื่มด่ำกับเรื่องราวในจินตนาการ และโอบกอดบุคคลที่รักได้อย่างสุดหัวใจ พวกเขาควรได้วาดฝันถึงเป้าหมายที่ไกลโพ้น แล้วออกวิ่งไปยังเป้าหมายนั้นอย่างไม่ต้องพะวงหน้าหลัง ไม่ต้องมีเงาของความกังวลเรื่องเงินตรา อายุ สถานภาพทางสังคม หรือภาระหนี้สินใดๆ มาคอยฉุดรั้ง

          ทว่าเรื่องน่าเศร้า คือการที่ผู้ใหญ่ซึ่งข้ามพ้นวัยเด็กมาแล้ว และกำลังปลุกปั้นกล้าอ่อนต้นใหม่อยู่ กำลังเปลี่ยนวัยแห่งฝันนี้ให้กลายเป็นสมรภูมิความคาดหวัง ที่เด็กแต่ละคนถูกกะเกณฑ์ให้ใช้ชีวิตตามแบบแผนทุกกระเบียด แทนที่จะอนุญาตให้พวกเขาใช้ช่วงเวลานี้เพื่อค้นหาความสุขและตัวตนที่อยากเป็น ผู้ใหญ่มากหลายกลับยัดเยียดกฎเกณฑ์หลายหลากให้แก่มือน้อยเหล่านั้นตั้งแต่ยังไม่พ้นวัยฝันดี

          ในโลกที่บิดเบี้ยวนี้……… ‘การลองผิดลองถูก’ ถูกแทนที่ด้วยคำว่า ‘ต้องสำเร็จ’ เท่านั้น การ ‘ออกนอกกรอบ’ กลายเป็นเรื่องต้องห้ามหากไม่ได้นำมาซึ่งเกียรติยศหรือรางวัลสำคัญ พวกเขาไม่กล้า ‘ล้มเหลว’ เพราะไม่มีใครบอกว่า ‘ไม่เป็นไร’ และมีแต่คำถามว่า ‘ทำไมทำไม่ได้’ ทุกการก้าวพลาดไม่ได้หมายถึงบทเรียนให้เติบโต หากหมายถึงสายตาแห่งความผิดหวังคอยทิ่มแทงทั้งกายใจจากคนที่ควรรักพวกเขาที่สุด

          เด็กจำนวนมากเติบโตขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่าพวกเขาเป็นเพียง ‘โครงการ’ ของพ่อแม่ เป็นชีวิตที่สองซึ่งพ่อแม่ไม่มีโอกาสได้ใช้ เป็นภาชนะที่ต้องแบกรับความฝันที่บุบสลายและความทะเยอทะยานที่ยังทำไม่สำเร็จของผู้ให้กำเนิด ใจบันดาลแรง (Passion) ซึ่งเคยลุกโชนถูกแทนที่ด้วยกลัวกังวลที่กัดกินจิตวิญญาณ พลังงานล้นเหลือในวัยเยาว์ไม่ได้ใช้ไปเพื่อสร้างสรรค์ แต่เผาผลาญไปกับการพยายามทำตัวให้อยู่ในกรอบแห่งความคาดหวังที่พวกเขาไม่ได้ร้องขอ

          การที่ผู้ใหญ่ผลักดันเขาไปบนเส้นทางที่ผู้ใหญ่เลือกให้ ไม่ใช่การติดปีกให้เขา แต่คือการเด็ดปีกทิ้งไปตั้งแต่ยังไม่ทันได้หัดบิน เมื่อวัดคุณค่าของความเป็นมนุษย์ด้วยเกรดเฉลี่ยหรือความสำเร็จที่นำไปเปรียบเทียบกับคนอื่นได้ ก็เหมือนกำลังตะโกนใส่เขาว่า พวกเขาไม่มีค่าอันใดหากปราศจากความสำเร็จปลอมเปลือกเหล่านั้น ทั้งยังปิดโอกาสที่เด็กทั้งหลายจะได้หาลู่ทางความสำเร็จของตนเอง ที่อาจจะไม่ตรงกับค่านิยมสังคม แต่เป็นสิ่งที่พวกเขารักและฝันมาตลอดอีกด้วย
.

          ไม่ใช่เมล็ดทุกแบบจะให้ผลงาม บางต้นอาจให้ดอกหอม สวย ไม้แข็งทนทาน หรือเติบโตแผ่สาขามอบร่มเงา หากเรายังคงสร้างกรอบล้อมมาทำลายวัยเด็กด้วยความคาดหวังว่า เด็กทุกคนต้องเหมือนกัน ต้องอยู่ในลู่ทางหรือแม่พิมพ์เดียวกัน เราไม่ได้กำลังสร้างมนุษย์วัยเยาว์เปี่ยมฝัน แต่เรากำลังผลิตคนสำเร็จรูป ผู้ซึ่งจะต้องใช้เวลาวัยผู้ใหญ่นับทศวรรษเพื่อเยียวยาวัยเด็กที่สูญหายไป และสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือ พวกเขาหลายคนก็จะกลายเป็นผู้สร้างบาดแผลแบบเดียวกันให้กับลูกหลานของตนต่อไปไม่รู้จบ

          ขอให้พวกเขาได้ใช้ช่วงเวลานี้ให้มีความสุข ใช้ให้คุ้มค่า ใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด หากมีโอกาสท้าทายตัวเอง ปล่อยให้เขาท้าทาย หากเขามีโอกาสก้าวข้ามกรอบของชีวิต จงสนับสนุนและผลักดันให้เขาฝ่าฟันและก้าวข้าม อย่าสร้างความกลัวเป็นกำแพงมากั้นขวางระหว่างเขากับประสบการณ์ชีวิต ปล่อยให้เขาก้าวพลาดในช่วงที่เรายังคอยพยุงเขาขึ้นมาได้ ให้เขาล้มเหลวในเวลาที่เรายังมีกำลังจะแก้ไขให้ ให้เขาได้ผิดพลาด อ่อนแอและเจ็บปวด ในวันที่ยังมีคนคอยปลอบโยนและโอบกอด เพราะเมื่อเขาโตขึ้น ผลการเพาะปลูกที่คุณลงแรง อาจไม่ได้กลับมาตอบแทนเป็นดอกหอม หรือผลงาม แต่เป็นไม้ใหญ่ที่ค้ำจุนทั้งคุณและสังคม เพราะไม่มีเด็กคนใดเหมือนกัน

          เมื่อมีโอกาสเห็นเด็กคนใดมุ่งท้าทายชีวิตด้วยความฝันและแรงปรารถนาในใจ กรุณาอย่าไปขัดขวางเลย เพราะเขามีวัยเด็กแค่เพียงครั้งเดียว นี่คือช่วงเวลาที่สําคัญที่สุด เป็นช่วงเวลาที่ตัวตนเขาสว่างสดใสและทรงพลังมากที่สุด ขอให้ทุกคนจงผลักดันเขาไปตามเส้นทางที่เขาเลือก ขอให้โอบกอดเมื่อเขาร้องไห้ และยินดีเมื่อเขาทําสําเร็จ ให้เขาได้ใช้วัยเด็กอย่างมีคุณค่า เพื่อที่จะเติบโตมาส่งต่อความฝันและความหวังไปยังคนรุ่นถัดไปเถิด

Writer

สิรภพ พรอำนวยผล

นักเขียนฝึกหัดจากอัมพวา เติบโตมาพร้อมความหวังจะได้เห็นประเทศนี้มีพื้นที่ให้ฝันของเด็กทุกคนในสักวัน ปัจจุบันมีผลงานหนังสือกับสำนักพิมพ์ผีเสื้อเด็กๆ เล่มหนึ่งชื่อ ‘ความสุขของเด็กสมาธิสั้น’


Graphic Designer

ศิรประภา จารุจิตร

Born to slay, forced to work 🤡