ย้อนกลับไปตอนผมอายุประมาณ 9 ขวบ ในช่วงปิดเทอมใหญ่หน้าร้อน เหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ที่ไม่มีอะไรทำช่วงปิดเทอม ช่วงสายย่างเที่ยงวันแดดก็ร้อนเกินกว่าจะไปเล่นข้างนอก แถมที่บ้านยังไม่มีไวไฟ ไม่มีมือถือและแท็บเลต ดังนั้น ผมจึงทำได้แค่นั่งจมอยู่หน้าทีวีทั้งวัน รอจนแดดเริ่มตกจึงจะออกไปข้างนอก

         ตามประสาของช่วงสายถึงเที่ยงในวันธรรมดาที่จะไม่มีรายการสำหรับเด็กมากนัก กดรีโมทหนึ่งทีเจอข่าวบ้าง กดอีกทีเจอรายการทอล์กโชว์บ้าง ลองกดอีกทีมีรายการดูดวงขึ้นมา ผมกดไปเรื่อยๆ หาช่องการ์ตูนที่ผมพอจะดูได้ วันดีคืนดี ผมกดไปเจอช่องหนึ่งดูแปลกตา โลโก้สีส้ม ฟ้า ขาว ตัดกันโดดเด่น เขียนว่า Nick Jr. ราวกับตะโกนออกมาว่า “ฉันคือช่องการ์ตูน!” อย่างไรอย่างนั้น อันที่จริงผมจำไม่ได้แล้วว่าเจอช่องนี้เมื่อไหร่ แต่พอรู้ตัวอีกทีมันได้กลายเป็น ‘เพื่อนใหม่’ ของผมในช่วงปิดเทอมหน้าร้อนไปเสียแล้ว

         ก่อนอื่นผมจะแนะนำเพื่อนของผมให้รู้จักเสียก่อน Nick Jr. เป็นช่องโทรทัศน์สำหรับเด็ก อายุ 2-8 ขวบ ที่รวบรวมการ์ตูนและรายการสำหรับเด็กไว้ให้ดูมากมาย ในตอนแรก Nick Jr. เป็นเพียงรายการช่วงหนึ่งของช่อง Nickelodeon เจ้าพ่อแห่งช่องการ์ตูนเด็ก ต่อมาในปี 2009 ก็ได้กลายมาเป็นช่องแยกแบบเต็มตัว

         การ์ตูนที่ผมพอจะจำได้ เช่น Dora the Explorer, Max & Ruby, Ben and Holly’s Little Kingdom, Team Umizoomi, Go Diego Go!, Wonder Pets, Bubble Guppies และอีกมากมาย เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการสอนเด็กๆ ผ่านเนื้อเรื่องน่าตื่นเต้น บ้างก็ขำขัน บ้างก็เรียบเอื่อยๆ และสไตล์ภาพสีฉูดฉาด

         จะให้สาธยายให้ฟังทุกเรื่องคงใช้เวลานานมากโข เอาเป็นว่าผมจะเล่าเรื่องที่ผมชอบสักสองเรื่องละกัน เรื่องแรกคือ Ben and Holly’s Little Kingdom เป็นอนิเมชันจากผู้สร้าง Peppa Pig ที่เล่าเรื่องของเหล่าแฟรี่และเอลฟ์ที่อาศัยอยู่ใน Little Kingdom อาณาจักรจิ๋วที่ซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้า ผู้ชมจะได้ติดตามเรื่องราวสุดป่วนรายวันในอาณาจักรแห่งนี้ ผ่านตัวละครชื่อ เบน ผู้เป็นเอลฟ์ และ ฮอลลี่ เจ้าหญิงแฟรี่

         เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ติดตรึงแน่นในความทรงจำแม้ผ่านไปสิบปีเศษแล้ว อาณาจักรจิ๋วที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและเหตุการณ์วุ่นๆ ชวนขบขัน พร้อมทั้งลายเส้นน่ารักสดใสที่ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ให้เด็กอย่างผมนั่งจดจ่อไปกับมันได้ตลอดจนจบ เรียกได้ว่าการ์ตูนเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมตั้งตารอที่สุด ในช่วงบ่ายแก่ๆ ของทุกวัน

         ต่อมาคือ Max & Ruby เรื่องราว slice of life กระต่ายสองพี่น้อง รูบี้ ผู้เป็นพี่สาว และน้องชายสุดป่วน แม็กซ์ ที่คอยขัดกิจกรรมของพี่สาวด้วยเรื่องวุ่นๆ อยู่เสมอ เป็นเรื่องที่ผมยังจำเพลงเปิดได้ดี “แม็กซ์กับรูบี้ รูบี้กับแม็กซ์ แม็กซ์กับรูบี้ รูบี้กับน้องชายของเธอแม็กซ์…” เสียงดนตรีทำนองขี้เล่น เปิดคลอไปในทีวียามดึก นี่เป็นเรื่องสุดท้ายที่ผมดูก่อนเข้านอน

         มีตอนหนึ่งที่ผมจำได้ คือตอนที่รูบี้ชวนเพื่อนของเธอมาที่บ้านและตั้งสโมสรน้ำชากัน ส่วนแม็กซ์ก็มาก่อกวนพี่สาวตามหน้าที่ แม้หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นก็นึกไม่ออก แต่ที่สำคัญคือเรื่องราวในตอนนี้ได้ปลูกฝังความคิดเรื่องการสร้าง ‘คอมมูนิตี้’ ให้ผม ตอนนั้นผมจำได้ว่ารู้สึกอยากสร้างกลุ่มเล็กๆ ของคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน จนนำไปสู่การตั้งแก๊งเด็กวาดการ์ตูนในช่วงเปิดเทอมขึ้น ป.3

         เรียกได้ว่าเป็นปิดเทอม 3 เดือนที่มีความสุขมาก กิจวัตรคือตื่นเช้า 8 โมง มานั่งจมอยู่หน้าทีวีทั้งวัน ตื่นเต้นไปกับการ์ตูนใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็น จนรู้สึกผูกพันกับช่องนี้ไปเสียแล้ว แต่ก็อย่างที่เขาว่า ‘งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา’ ประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนเปิดเทอม ผมตื่นเช้ามาทำกิจวัตรตามเดิมเหมือนทุกวัน แต่ที่ต่างไปคือ Nick Jr. หายไปจากทีวีเสียแล้ว ผมพยายามกดเปลี่ยนช่องอยู่หลายรอบด้วยความกระวนกระวาย แต่สุดท้ายก็ไม่เจอ

         ความรู้สึกที่จำได้คือเศร้าผสมกับรู้สึกหน่วงในใจ ราวกับผมเสียเพื่อนสนิทคนหนึ่งไป การ์ตูนช่องอื่นๆ ที่ผมชอบก็ดูเหมือนจะไม่สนุกเท่าเดิมแล้ว เหมือนชีวิตขาดสีสันอยู่ช่วงหนึ่งเลยละ สุดท้ายผมมารู้ความจริงทีหลังว่า ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมานั้น เป็นเพียงการทดลองฉายแบบ free-trial เพราะช่องนี้ต้องจ่ายเงินเพื่อที่จะเข้าถึง นั่นทำให้ผมเศร้าน้อยลง ว่าอย่างน้อยมันก็ไม่ได้จากไปตลอดกาล

         ปิดเทอมผ่านพ้นไป เปิดเทอมใหม่ ผมขึ้น ป.3 ด้วยสิ่งใหม่ๆ ที่ผมต้องจดจ่อที่โรงเรียน ทำให้ผมหายเศร้า แถมผมยังได้เจอช่องการ์ตูนช่องใหม่ คือ ช่อง 6 การ์ตูน แต่ก็น่าเศร้าที่ช่องนี้ก็ช่างอายุสั้นนัก

         ผ่านมาหลายปีจนตอนนี้ผมอายุยี่สิบต้นๆ ความทรงจำเกี่ยวกับช่อง Nick Jr. แม้จะเลือนรางไปมาก แต่ก็ยังจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ดี คำว่า ‘whimsical’ อาจจะช่วยอธิบายความรู้สึกตอนนั้นและตอนนี้ของผมได้เหมาะสมที่สุด ผมคิดว่าการ์ตูนเด็กเหล่านี้ช่วยขัดเกลาผมให้เป็นผมในปัจจุบันไม่มากก็น้อย แถมยังสอนให้รับมือกับความสูญเสียโดยที่ไม่รู้ตัวเสียอีก ในอีกทางหนึ่งอาจจะเป็นความทรงจำในช่วงพีคของยุคทีวี

         ช่างน่าเศร้านัก เมื่อผมกลับไปดูการ์ตูนเก่าๆ แล้วก็พบว่าไม่ได้สนุกเหมือนเดิมอีกต่อไป ความทรงจำแสนสุขของเราอาจจะไม่ได้สุขอย่างที่คิด การ์ตูนที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสกลับหมองลงเมื่อเราค่อยๆ เติบใหญ่ ช่างน่าเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าเราไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตด้วยความรู้สึกนั้นอีกต่อไปแล้ว เหลือไว้เพียงความทรงจำที่กำลังเลือนราง กับรสชาติของวัยเด็กที่ค่อยๆ จืดจางลง

         ย้อนกลับไปตอนผมอายุประมาณ 9 ขวบ ในช่วง
ปิดเทอมใหญ่หน้าร้อน เหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ที่ไม่มี
อะไรทำช่วงปิดเทอม ช่วงสายย่างเที่ยงวันแดดก็ร้อน
เกินกว่าจะไปเล่นข้างนอก แถมที่บ้านยังไม่มีไวไฟ
ไม่มีมือถือและแท็บเลต ดังนั้น ผมจึงทำได้แค่นั่งจมอยู่
หน้าทีวีทั้งวัน รอจนแดดเริ่มตกจึงจะออกไปข้างนอก

         ตามประสาของช่วงสายถึงเที่ยงในวันธรรมดา
ที่จะไม่มีรายการสำหรับเด็กมากนัก กดรีโมทหนึ่งที
เจอข่าวบ้าง กดอีกทีเจอรายการทอล์กโชว์บ้าง ลองกด
อีกทีมีรายการดูดวงขึ้นมา ผมกดไปเรื่อยหาช่องการ์ตูน
ที่ผมพอจะดูได้ วันดีคืนดี กดไปเจอช่องหนึ่งดูแปลกตา
โลโก้สีส้ม ฟ้า ขาว ตัดกันโดดเด่น เขียนว่า Nick Jr.
ราวกับตะโกนออกมาว่า “ฉันคือช่องการ์ตูน!” อย่างไร
อย่างนั้น อันที่จริงผมจำไม่ได้แล้วว่าเจอช่องนี้เมื่อไหร่
แต่พอรู้ตัวอีกทีมันได้กลายเป็น ‘เพื่อนใหม่’ ของผมใน
ช่วงปิดเทอมหน้าร้อนไปเสียแล้ว

         ก่อนอื่นผมจะแนะนำเพื่อนของผมให้รู้จักเสียก่อน
Nick Jr. เป็นช่องโทรทัศน์สำหรับเด็ก อายุ 2-8 ขวบ ที่
รวบรวมการ์ตูนและรายการสำหรับเด็กไว้ให้ดูมากมาย
ในตอนแรก Nick Jr. เป็นเพียงรายการช่วงหนึ่งของ
ช่อง Nickelodeon เจ้าพ่อแห่งช่องการ์ตูนเด็ก ต่อมา
ในปี 2009 ก็ได้กลายมาเป็นช่องแยกแบบเต็มตัว

         การ์ตูนที่ผมพอจะจำได้ เช่น Dora the Explorer,
Max & Ruby, Ben and Holly’s Little Kingdom,
Team Umizoomi, Go Diego Go!, Wonder Pets,
Bubble Guppies และอีกมากมาย เนื้อหาส่วนใหญ่
เป็นการสอนเด็กๆ ผ่านเนื้อเรื่องน่าตื่นเต้น บ้างก็ขำขัน
บ้างก็เรียบเอื่อยๆ และสไตล์ภาพสีฉูดฉาด

         จะให้สาธยายให้ฟังทุกเรื่องคงใช้เวลานานมากโข
เอาเป็นว่าผมจะเล่าเรื่องที่ผมชอบสักสองเรื่องละกัน
เรื่องแรกคือ Ben and Holly’s Little Kingdom เป็น
อนิเมชันจากมือผู้สร้าง Peppa Pig ที่เล่าเรื่องของ
เหล่าแฟรี่และเอลฟ์ที่อาศัยอยู่ใน Little Kingdom
อาณาจักรจิ๋วที่ซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้า ผู้ชมจะได้ติดตาม
เรื่องราวสุดป่วนรายวันในอาณาจักรแห่งนี้ ผ่านตัวละคร
ชื่อ เบน ผู้เป็นเอลฟ์ และ ฮอลลี่ เจ้าหญิงแฟรี่

         เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ติดตรึงแน่นในความทรงจำแม้
ผ่านไปสิบปีเศษแล้ว อาณาจักรจิ๋วที่เต็มไปด้วยชีวิต
ชีวาและเหตุการณ์วุ่นๆ ชวนขบขัน พร้อมทั้งลายเส้น
น่ารักสดใสที่ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ให้เด็กอย่างผมนั่ง
จดจ่อไปกับมันได้ตลอดจนจบ เรียกได้ว่าการ์ตูนเรื่องนี้
เป็นเรื่องที่ผมตั้งตารอที่สุด ในช่วงบ่ายแก่ๆ ของทุกวัน

         ต่อมาคือ Max & Ruby เรื่องราว slice of life
กระต่ายสองพี่น้อง รูบี้ ผู้เป็นพี่สาว และน้องชายสุดป่วน
แม็กซ์ ที่คอยขัดกิจกรรมของพี่สาวด้วยเรื่องวุ่นอยู่เสมอ
เป็นเรื่องที่ผมยังจำเพลงเปิดได้ดี

“แม็กซ์กับรูบี้ รูบี้กับแม็กซ์ แม็กซ์กับรูบี้
รูบี้กับน้องชายของเธอแม็กซ์…”

         เสียงดนตรีทำนองขี้เล่น เปิดคลอไปในทีวียามดึก
นี่เป็นเรื่องสุดท้ายที่ผมดูก่อนเข้านอน

         มีตอนหนึ่งที่ผมจำได้ คือตอนที่รูบี้ชวนเพื่อนของเธอ
มาที่บ้านและตั้งสโมสรน้ำชากัน ส่วนแม็กซ์ก็มาก่อกวน
พี่สาวตามหน้าที่ แม้หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นก็นึกไม่ออก
แต่ที่สำคัญคือเรื่องราวในตอนนี้ปลูกฝังความคิดเรื่อง
การสร้าง ‘คอมมูนิตี้’ ให้ผม ตอนนั้นผมจำได้ว่ารู้สึก
อยากสร้างกลุ่มเล็กๆ ของคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน
จนนำไปสู่การตั้งแก๊งเด็กวาดการ์ตูนในช่วงเปิดเทอม
ขึ้น ป.3

         เรียกได้ว่าเป็นปิดเทอม 3 เดือนที่มีความสุขมาก
กิจวัตรคือตื่นเช้า 8 โมง นั่งจมอยู่หน้าทีวีทั้งวัน ตื่นเต้น
ไปกับการ์ตูนใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็น จนรู้สึกผูกพันกับช่องนี้
ไปเสียแล้ว แต่ก็อย่างที่เขาว่า ‘งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา’
ประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนเปิดเทอม ผมตื่นเช้าทำกิจวัตร
ตามเดิมเหมือนทุกวัน แต่ที่ต่างไปคือ Nick Jr. หายไป
จากทีวีเสียแล้ว ผมพยายามกดเปลี่ยนช่องอยู่หลายรอบ
ด้วยความกระวนกระวาย แต่สุดท้ายก็ไม่เจอ

         ความรู้สึกที่จำได้คือเศร้าผสมกับรู้สึกหน่วงในใจ
ราวกับผมเสียเพื่อนสนิทคนหนึ่งไป การ์ตูนช่องอื่นๆ
ที่ผมชอบก็ดูเหมือนจะไม่สนุกเท่าเดิมแล้ว เหมือนชีวิต
ขาดสีสันอยู่ช่วงหนึ่งเลยละ สุดท้ายผมมารู้ความจริง
ทีหลังว่า ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมานั้น เป็นเพียงการ
ทดลองฉายแบบ free-trial เพราะช่องนี้ต้องจ่ายเงิน
เพื่อที่จะเข้าถึง นั่นทำให้ผมเศร้าน้อยลง ว่าอย่างน้อย
มันก็ไม่ได้จากไปตลอดกาล

         ปิดเทอมผ่านพ้นไป เปิดเทอมใหม่ ผมขึ้น ป.3 ด้วย
สิ่งใหม่ๆ ที่ผมต้องจดจ่อที่โรงเรียน ทำให้ผมหายเศร้า
แถมผมยังได้เจอช่องการ์ตูนช่องใหม่ คือ ช่อง 6 การ์ตูน
แต่ก็น่าเศร้าที่ช่องนี้ก็ช่างอายุสั้นนัก

         ผ่านมาจนตอนนี้ผมอายุยี่สิบต้นๆ ความทรงจำ
เกี่ยวกับช่อง Nick Jr. แม้จะเลือนรางไปมาก แต่ก็ยังจำ
ความรู้สึกในตอนนั้นได้ดี คำว่า ‘whimsical’ อาจจะ
ช่วยอธิบายความรู้สึกตอนนั้นและตอนนี้ของผมได้
เหมาะสมที่สุด ผมคิดว่าการ์ตูนเด็กเหล่านี้ช่วยขัดเกลา
ผมให้เป็นผมในปัจจุบันไม่มากก็น้อย แถมยังสอนให้
รับมือกับความสูญเสียโดยที่ไม่รู้ตัวเสียอีก ในอีกทาง
หนึ่งอาจจะเป็นความทรงจำในช่วงพีคของยุคทีวี

         ช่างน่าเศร้านัก เมื่อผมกลับไปดูการ์ตูนเก่าๆ แล้ว
ก็พบว่าไม่ได้สนุกเหมือนเดิมอีกต่อไป ความทรงจำ
แสนสุขของเราอาจจะไม่ได้สุขอย่างที่คิด การ์ตูนที่เต็ม
ไปด้วยสีสันสดใสกลับหมองลงเมื่อเราค่อยๆเติบใหญ่
ช่างน่าเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าเราไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิต
ด้วยความรู้สึกนั้นอีกต่อไปแล้ว เหลือเพียงความทรงจำ
ที่กำลังเลือนราง กับรสชาติของวัยเด็กที่ค่อยๆ จืดจางลง

รายการอ้างอิง
Wikipdia. (9 ตุลาคม 2026). Nick Jr. Channel.
เข้าถึงได้จาก :https://en.wikipedia.org/wiki/Nick_Jr._Channel

รายการอ้างอิง
Wikipdia. (9 ตุลาคม 2026). Nick Jr. Channel.
เข้าถึงได้จาก :https://en.wikipedia.org/wiki/Nick
_Jr._Channel

Writer & Graphic Designer

รณรต วงษ์ผักเบี้ย

นักศึกษาสาขาวารสารศาสตร์ผู้เหนื่อยหน่าย
กับโลก ชอบเขียนวิจารณ์สื่อไปเรื่อยเปื่อย
หลงไหลในเสียงดนตรีแจ๊ซ
ชอบดู Ben 10 และรักเกม Disco Elysium

Discover more from Awake1525

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading