คนเรามักซ่อนความกลัวบางอย่างไว้ลึกสุดหัวใจ

          ฉันเชื่อเสมอว่ามนุษย์เรามีความกลัวอยู่ในทุกขณะจิต บ้างก็กลัวผี บ้างก็กลัวแมลง บ้างก็กลัวความมืด หรือกลัวว่าจะไม่มีใครรัก แต่สำหรับฉัน ความกลัวที่เคยเกาะกินในใจเป็นเวลานาน คือกลัวว่าหากวันหนึ่งเขาหันกลับมาแล้วจะไม่เจอฉันรออยู่ที่เดิมอีก ฉันกลัว กลัวที่จะเดินออกไปจากความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของเราทั้งคู่

          มันเป็นความกลัวที่ย้อนแย้งอย่างน่าประหลาด 

          ในขณะที่อีกด้านหนึ่งของความรู้สึกมักกระซิบบอกตัวเองอยู่เสมอว่าให้พอได้แล้วกับความสัมพันธ์ที่ทำให้เหนื่อย พอแล้วกับการรอคอย พอแล้วกับการกลืนความเสียใจลงคอซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เพียงแค่เขากลับมา ฉันก็พร้อมจะถอยกลับเข้าไปในความสัมพันธ์เดิมๆ แม้มันจะเป็นครั้งที่สิบ หรือครั้งที่ร้อยก็ตาม

          ผู้คนสมัยนี้คงเรียกความสัมพันธ์ทำนองนี้ว่า ‘ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ’ มันเป็นความสัมพันธ์ที่ทำให้เราอยากหนีและอยากอยู่ในเวลาเดียวกัน ราวกับว่าอยู่กลางพายุทั้งที่รู้ว่าควรจะหาที่หลบภัย แต่เรากลับเลือกที่จะยืนรอให้พายุมันสงบลงเอง

          ฉันเคยเผื่อที่ว่างให้ใครสักคนเสมอ เผื่อในตารางชีวิต เผื่อในหัวใจ เผื่อเขากลับมาฉันจะยังมีที่ว่างให้เขาดังเดิม เมื่อเขาหายไป ฉันเคยพิมพ์ข้อความยาวราวกับกำลังส่งบทความให้อาจารย์ อธิบายเหตุผล ความรู้สึก และความพยายามทั้งหมดที่มี เคยเปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ในกลางดึกหลายคืน เผื่อจะมีสายเรียกเข้าที่ทำให้หัวใจเต้นแรง ฉันเคยรีบเปิดแชตทุกครั้งที่หน้าจอสว่างขึ้น หวังว่าจะเป็นชื่อของเขาที่ปรากฏอยู่ตรงนั้น

          ฉันเคยทำทุกอย่างที่ตัวเองเคยมองว่ามัน ‘งี่เง่า’ เพียงเพื่อพิสูจน์ว่าฉันพยายามมากแค่ไหน พยายามรักษา พยายามเข้าใจ พยายามไม่เรียกร้องเกินไป พยายามเป็นคนที่ง่ายพอจะถูกรัก

          แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นความเงียบที่ยาวนานเหลือเกิน เป็นการหายไปโดยไม่มีคำอธิบาย และเป็นภาพชีวิตของเขาที่ดูมีความสุขอย่างน่าประหลาด ความสุขที่ดำเนินต่อไปได้โดยไม่ต้องมีฉันอยู่ในนั้นเลย

          ตรงนั้นเองที่ฉันเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า แท้จริงแล้วฉันกำลังรออะไรอยู่กันแน่

          รอเขา………

          หรือรอปาฏิหาริย์ที่ไม่มีวันเกิดขึ้น

          บางทีสิ่งที่ฉันเรียกว่าความรัก อาจเป็นเพียงความเคยชินกับการวิ่งตามคนที่ไม่เคยหันกลับมา ความสัมพันธ์ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนต้องพยายามอยู่ฝ่ายเดียวอาจไม่ใช่ความรัก แต่เป็นพื้นที่ที่ค่อยๆ บั่นทอนคุณค่าของเราโดยไม่ทันสังเกต

          แน่นอนว่าหลายคนคงเคยผ่านเรื่องราวความรักที่สับสนอลเวงกันมาบ้าง เพราะความรักและความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่อยู่กับเราทุกช่วงอายุ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบครอบครัว ความสัมพันธ์แบบเพื่อน หรือความสัมพันธ์กับใครบางคนในฐานะคนรัก ความสัมพันธ์เหล่านี้ถูกหล่อเลี้ยงและขับเคลื่อนด้วยความรักทั้งสิ้น 

          ทว่า ‘ความรัก’ กับ ‘ความเจ็บ’ มักจะอยู่เคียงคู่กันเสมอ ดังนั้นมันจึงทำให้เรากลัว กลัวที่จะเสียใจ กลัวที่จะเสียไป หรือกลัวจะกลายเป็นคนที่ถูกทิ้ง ฯลฯ และความกลัวเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในความสัมพันธ์แบบคนรักเท่านั้น แต่มันยังแฝงอยู่ในความสัมพันธ์อื่นๆ ที่ใกล้ตัวเราอย่างครอบครัวรวมถึงความสัมพันธ์แบบเพื่อนด้วย

          จากประสบการณ์ที่ได้ฟังเรื่องราวความรักและความสัมพันธ์ของผู้คนรอบตัว จึงทำให้เห็นได้ชัดว่าเราไม่ได้โดดเดี่ยวในความเจ็บปวดนั้น หลายคนต่างเคยตกเป็นเหยื่อของความสัมพันธ์ในลักษณะเดียวกัน เคยต้องติดอยู่กับสิ่งที่ทำร้ายตัวเราเอง เคยยอมสังเวยความรักให้กับคนที่ไม่คิดจะรักตอบ เคยพยายามกับความสัมพันธ์ที่ถูกมองว่าเป็นของตาย และเคยหลงเชื่อว่าการรอคอยคือรูปแบบหนึ่งของความรัก เป็นบทพิสูจน์ว่าเขาสำคัญมากพอให้เรายืนรออยู่ที่เดิม 

          เราเคยถูกสอนมาว่า ‘ถ้ารักก็ต้องอดทน’ ไม่ว่าจะกับความสัมพันธ์แบบไหน แต่แท้จริงแล้วความอดทนที่ไร้ขอบเขตนั่นแหละคือการทำร้ายตัวเราเอง

          ฉันจึงนำเรื่องราวและความรู้สึกเหล่านี้ไปพูดคุยกับคนที่ต่างก็เคยเผชิญความสัมพันธ์ที่เป็นพิษกันมาหลายรูปแบบ ในยุคที่ความสัมพันธ์อันคลุมเครือ หรือความรักที่บั่นทอนกันอย่างเงียบงันดูจะกลายเป็นเรื่องคุ้นชินและเคยถูกเมินเฉย อีกทั้งแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างแนบเนียน ทั้งในครอบครัวที่ค่อยๆ บั่นทอนกัน ในความสัมพันธ์ของคนรัก ที่รักแล้วเกิดคำถามกับตัวเอง แม้กระทั่งความสัมพันธ์ของเพื่อนที่ทำร้ายความรู้สึกของเรา 

          ทว่าในตอนนี้ไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป ทุกคนที่เคยตกอยู่ในสถานการณ์เหล่านั้นมีบทเรียน และกล้าที่จะนำมันมาพูดคุยได้ปกติ ราวกับว่ามันคือเรื่องที่ผ่านไปได้แน่ บทสนทนาเหล่านี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการระบายความเจ็บปวดของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ใครบางคนเห็นว่าเขาไม่ได้เผชิญกับความสัมพันธ์ที่บั่นทอนเขาเพียงลำพัง

          ต่อไปนี้ คือคำสัมภาษณ์ของคนหลากวัยที่เคยติดอยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ คนที่เคยถูกความรักกัดกินตัวตน คนที่เคยเชื่อว่าการรอคอยและการอดทนคือรูปแบบหนึ่งของความรัก และคนที่กำลังพยายามทำความเข้าใจว่าเหตุใดการเดินออกมาจึงยากเย็นกว่าการทนอยู่ ทั้งที่รู้ว่ามันกำลังทำร้ายหัวใจของตัวเอง
.
ความสัมพันธ์ที่ Toxic สำหรับคุณคืออะไร?

มิ้ง / 33
          ส่วนตัวมองว่าเป็นความสัมพันธ์แบบเวลาที่ใครคนใดคนหนึ่งมีภาวะอารมณ์ที่เป็น Negative แล้วเขาเลือกที่จะไม่จัดการด้วยตัวเองแต่เอาไปลงกับอีกคน ในมุมมองของเรา เรามองว่าการที่เรามีอารมณ์ลบ บางครั้งเราเผลอที่ให้คนอื่นรับอารมณ์แทนเรา แต่หากเรารู้วิธีจัดการตัวเอง มันจะทำให้ความสัมพันธ์ของเราไม่ถูกกระทบไปด้วย แต่ถ้าเราจัดการตัวเองไม่ได้อีกคนที่อยู่ข้างเราเขาจะต้องเป็นคนรับอารมณ์เหล่านั้น

วรัน / 28
          ความสัมพันธ์ที่ไม่รับฟังความคิดเห็นของกันและกัน เอาความคิดตัวเองเป็นที่ตั้ง และยึดติดในความสัมพันธ์ เช่นไม่ให้เราคบเพื่อน ไม่ให้ไปไหนมาไหนกับเพื่อน มันทำให้เราขาดอิสระในการใช้ชีวิต

เจ / 23 
          คนชอบเข้าใจว่าความสัมพันธ์มันต้องเท่ากับดี 100% ต้องรักกันตลอดเวลา แต่เราเชื่อว่าทุกคู่มีมุมที่ตีกันบ้าง ที่ไม่รักกันบ้าง แต่สุดท้ายก็จะกลับมารักกันเหมือนเดิม สำหรับเราความสัมพันธ์ที่มันเป็นพิษเลยไม่ใช่แค่การทะเลาะกัน แต่คือการไม่รู้จะมีกันไปทำไม แต่ยังอยู่ด้วยกันและไปไหนไม่ได้สักที เหมือนเป็นความสัมพันธ์ที่มันบั่นทอนกันและกันมากกว่าดีต่อใครคนใดคนหนึ่ง

จิน / 23 
          ความสัมพันธ์ที่ทำให้เราเสีย Self esteem (ความภาคภูมิใจในตัวเอง) ความสัมพันธ์ที่ทำให้เราสูญเสียความมั่นใจ สิ่งที่เคยมั่นใจทั้งด้านหน้าตาหรือการกระทำต่างๆ หรือความสัมพันธ์ที่ทำให้เรารู้สึกด้อยค่าตัวเอง

วาฬ / 22 
          ความสัมพันธ์ที่ให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง ความสัมพันธ์ที่คาดหวังให้เราเป็นตามที่เขาหวังทุกอย่าง 

จูน อาย 22
          ความสัมพันธ์ toxic ในมุมมองของเราคงเป็นความสัมพันธ์ที่ทั้งสองคนมีความคาดหวังและการลงทุนในความสัมพันธ์ที่ไม่เท่ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความสัมพันธ์ที่ไม่มีใครยอมเปิดใจคุยกันถึงปัญหา แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก แต่นานๆ ไปก็อาจจะทับถมกันจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ การที่เรายอมเปิดใจให้คนหนึ่งเข้ามารู้จักเรา ก็สมควรที่เราจะต้องถูกเปิดใจยอมรับในมุมมองของอีกฝ่ายด้วย เราเชื่อว่าความความสัมพันธ์ที่ดีคือความสัมพันธ์ที่ balance โดยไม่เอนเอียงไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากกว่ากัน

กิก / 17 
          ความสัมพันธ์ที่ไม่ให้เกียรติกัน โกหกกัน นอกใจกัน หรือทำอะไรให้อีกฝ่ายหนึ่งขายหน้า หรือเสียหน้า

เปียโน / 17
          ความสัมพันธ์ที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัด เหมือนไม่อยากจะอยู่ตรงนั้นและไม่มีความสุข อยู่แล้วเหนื่อย อยากให้เวลาผ่านไปเร็วๆ

ส้ม / 16
          เป็นความสัมพันธ์ที่เราไม่สามารถเป็นตัวเองได้เลย ทำอะไรก็ผิด อย่างเช่นถ้าเป็นเราทำมันผิด แต่ถ้าเป็นคนอื่นทำเขาไม่ผิด เหตุผลที่ทำไมเราถึงผิด เพราะเป็นเรา…มันเลยผิด
.
คุณเคยอยู่ในความสัมพันธ์ที่ Toxic ไหม อย่างไร?

มิ้ง / 33
          ถ้า Toxic เลย เป็นความสัมพันธ์กับครอบครัว เพราะที่บ้านค่อนข้างจะใช้อารมณ์ เราก็เลยไม่ค่อยชอบความรู้สึกเวลาที่เราต้องอยู่ในสถานการณ์ที่มีการใช้ความรุนแรง หรือใช้อารมณ์รุนแรงใส่กัน มองว่าสิ่งนี้มันจะปลูกฝังให้เราอารมณ์ร้อนไปด้วย แต่พอเวลาผ่านไปเรามันมีวิธีจัดการอารมณ์ร้อนของเรา

วรัน / 28
          เคย เราถูกจำกัดขอบเขตจนทำให้ตัวตนของเราหายไป เขาห้ามเราทำนู่นทำนี่ ห้ามเยอะแยะไปหมด จนทำให้เรายึดติดว่าต้องทำตามที่เขาบอกเพื่อที่เขาจะได้พอใจ แต่ว่าสุดท้ายเขาก็ไม่พอใจอยู่ดี

เจ / 23 
          เราเคยมีคนคุย เราชอบเขามาก และเราก็เป็นห่วงเขา แต่เขาชอบหายไปโดยที่ไม่บอก มันทำให้เรากระวนกระวาย แล้วรู้สึกแย่กับตัวเองว่าเราทำอะไรผิดหรือเปล่าเขาถึงหายไป 

จิน / 23
          เคย กับแฟนเก่า คือเราเลิกกันแล้วแต่ยังตัดกันไม่ขาด ก็วนเวียนกันอยู่อย่างนั้น ยังคุยกันอยู่ แต่วันหนึ่งเราคุยกันไม่ถึง 15 ข้อความ ในตอนนั้นเรารู้สึกไม่มีความสุขและรู้สึกไม่ชอบตัวเองเลย ทั้งที่เรารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ดีต่อตัวเรา การที่เราต้องมานั่งรอคนคนหนึ่ง ทั้งที่เขาไม่อยากคุยด้วยซ้ำ หรือทำตัวเป็นของตายที่ไม่รู้คุณค่าของตัวเอง พอเขากลับมาเราก็วนกลับไปหาทุกรอบ และเรื่องที่เกิดขึ้นมันก็แย่กับเรามากๆ ถ้าเป็นเราในอนาคตมอง หรือเป็นตัวเราในอดีตก่อนหน้านั้นมอง เราคงด่าตัวเองว่าแค่นี้ก็ไม่กล้าเดินออกมา

วาฬ / 22 
          เคย ความสัมพันธ์ที่คาดหวังในตัวเราทุกอย่าง พอเราทำไม่ได้อย่างที่คาดหวังกลับเป็นกลายเป็นว่าเราเป็นคนเปลี่ยนไป เป็นความสัมพันธ์ที่คะยั้นคะยออยากจะคบกับเรา พอเราตกลงก็คาดหวังต่างๆ นานา คาดหวังว่าเราจะเป็นตามที่เขาหวังเอาไว้ แล้วก็เขาเคยบอกเราว่าเขาชอบเผลอมอง เผลอชอบคนอื่น ในตอนนั้นเราก็รู้สึกว่าตัวเองโง่เอง ขอแค่เขาบอกว่าอยากมีเรา เราก็พร้อมอยู่ แต่ในเมื่อเขาไม่ได้อยากมีเราแล้ว เราก็เข้าใจ แต่กลายเป็นว่าคือเขาเองที่ลังเลในความสัมพันธ์ เขาทักหาเราก่อนหลังจากที่บอกเลิกกันไป แล้วกลับมาหาเราเพราะหวงก้าง เห็นว่าเราเริ่มมีคนใหม่ ตอนนั้นรู้สึกโง่มากเลย

จูน / 22 
          เคย เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก หรือที่่ทั่วไปเรียกกันว่า Situationship เราว่าแค่นี้ก็ Toxic แล้ว ด้วยความที่เราไม่เคยกำหนดสถานะให้กันและกัน มันเลยไม่มี Commitment ระหว่างกันว่าอะไรคือสิ่งที่พูดออกไปได้ทั้งๆ ที่คุยกันอยู่ทุกวัน เมื่อมันไม่มีการผูกมัด ก็เหมือนกับว่าเราไม่มีสิทธิ์จะไปบอกว่าเขาผิดเมื่อเขาคุยกับคนอื่น ทั้งๆ ที่เราเลือกที่จะคุยกับเขาคนเดียว ในบางครั้งเราก็ยอมเก็บความรู้สึกนั้นไว้ ทำเป็นไม่รู้และไม่เห็นอะไร เพื่อที่จะได้คุยกับเขาต่อไป มันเหมือนกับว่าเราค่อยๆ เสียความเป็นตัวเองไปทีละนิดแบบไม่รู้ตัว

กิก / 17
          ก็เคย เหมือนไปกินข้าวด้วยกันแล้วเขาพูดเหมือนกับว่าเราไม่รู้อะไรเลย เหมือนกับถูกมองว่าโง่เพราะมันเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้ จริงๆ ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก แต่ก็ไม่ได้จบกันด้วยดีเท่าไหร่ เพราะพอจบกันไปแล้วเขาก็เอาเราไปพูดกับเพื่อนว่าเราไม่ดี

เปียโน / 17
          เคยค่ะ เหมือนเราโดนบังคับตลอดเลย ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ถูกใจเขา ทำให้ขาดความเป็นตัวเองของตัวเอง

ส้ม / 16
          เคยค่ะ เป็นความสัมพันธ์แบบเพื่อน เป็นช่วงมัธยมต้น ในกลุ่มจะมีประมาณ 5 คน แต่เพื่อนชอบแซะหนูตลอด

อะไรที่ทำให้ยังเลือกอยู่ในความสัมพันธ์นั้น? 

มิ้ง / 33
          ถ้าเป็นความสัมพันธ์กับที่บ้าน ในตอนนี้เราพาตัวเองออกมาแล้ว เพียงแต่ก็ยังรู้ว่าตัวเราเองมีความสัมพันธ์อะไรกับเขา ความเป็นครอบครัวมันยังอยู่ ความรักในครอบครัวมันยังอยู่ เพียงแต่ว่าเราเอาตัวเองออกมาจากเหตุการณ์ที่มันรุนแรงในความรู้สึกของเรา เพื่อที่เราจะได้เซฟตัวเองด้วย

วรัน / 28
          เพราะเราทำตามในสิ่งที่เขาบอก เช่นห้ามทำแบบนี้นะ ห้ามทำแบบนั้นนะ เขาไม่ชอบ จนเราขาดความเป็นตัวของตัวเอง มันก็เลยกลายเป็นว่าเราไม่เหลืออะไรที่เป็นตัวตนเราแล้ว ก็เลยทำให้เรายึดติดในตัวเขาไปเลย แบบต้องทำเพื่อเขา ทำตามที่เขาบอก ทำให้เขาพอใจ วนอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ เหมือนในตอนนั้นเราใช้เขาเป็นที่ยึดเหนี่ยวใจ มันเลยทำให้เราต้องยังอยู่เพื่อที่จะได้มีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวนั้นไปเรื่อยๆ

เจ / 23
          เราชอบเขา และเราคิดว่าเราคงหาคนที่ดีแบบเขาไม่ได้ ซึ่งจริงๆ เขาก็ไม่ได้ดีด้วย แต่คือตอนนั้นเราเด็ก แล้วความคิดเราก็เด็กมาก 

จิน / 23
          เราอยู่ด้วยการหลอกตัวเองว่าเดี๋ยวมันจะดีขึ้นไปเรื่อยๆ เรารู้สึกว่าเรารักเขามากจนไม่พร้อมเสียเขาไป ถ้าเสียเขาไปคงเหมือนโลกทั้งใบสลายไปเลย คงรู้สึกเสียสูญ เพราะตอนที่เคยเลิกกันไป คือเราเสียศูนย์ไประดับนึงเลย

วาฬ / 22
          ช่วงแรกโง่เอง ช่วงหลังๆ รู้สึกไม่ได้อยากไปเริ่มความสัมพันธ์กับใครใหม่ เพราะคนเดิมมันคือคนที่เคยๆ กันอยู่แล้ว แล้วเขาก็พยายามพูดให้เราสงสาร ร้องไห้ใส่เรา เคยพูดว่าเกือบกินยาพาราทั้งกระปุกเพราะเลิกกับเรา ทั้งที่ยานั้นเราเป็นคนซื้อให้เขาเอง พูดให้เรารู้สึกผิดไปหมดเลยที่เลิกกัน เราเลยเลือกที่จะอยู่เพราะรู้สึกผิด แต่เราไม่เคยบอกเลิกเขานะ มีแต่เขาเองนั่นแหละ

จูน / 22
          เพราะเราสองคนเข้ากันได้ดีมาก ทุกครั้งที่คุยกันจะไม่เคยรู้สึกเบื่อหรือไม่อยากคุยด้วยเลย เราเป็นคนประเภทที่ไม่วิ่งตามความรักอยู่แล้ว พอมันเข้ามาแบบธรรมชาติมากๆ เราเลยรู้สึกไม่เผื่อใจเลย เขาเป็นคนที่น่ารักกับเราเสมอ แสดงออกตลอดว่าอยากคุยด้วย อยากเจอ เวลาเราได้รับความสนใจจากเขา เราก็จะรู้สึกดีที่ได้เป็นคนสำคัญ เพราะเขาเป็นคนคุยสนุก มีเสน่ห์ ใครๆ ก็น่าจะชอบ มันก็ชวนให้เรารู้สึกดีกับตัวเองที่เขาใส่ใจและสม่ำเสมอกับเรา

กิก / 17 
          เพราะว่าไม่อยากบอกเลิก ได้ยินว่ามาเขาชอบเอาคนอื่นไปพูดเสียๆ หายๆ  รู้สึกว่าถ้าบอกเลิกเองเราอาจจะโดนหนักกว่าการเป็นฝ่ายถูกบอกเลิก

เปียโน / 17
          คือเราคบกันมานานมาก แล้วเราก็รู้สึกว่าไม่อยากเลิก ไม่อยากเริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครใหม่แล้ว เลยยังทนอยู่

ส้ม / 16
          เพราะว่าเป็นเพื่อนที่คบกันมานานพอสมควร คือในกลุ่มมี 5 คน 4 คนเราพึ่งรู้จัก อีก 1 คนเรารู้จักมานาน เราก็ไม่ได้อยากไปมีเพื่อนคนใหม่ เพราะเรารู้สึกว่าคนอื่นอาจจะไม่ได้ดีเท่าเขา และดูแล้วน่าจะ Toxic กว่าแน่ๆ
.
ทำอย่างไรถึงก้าวออกมาจากความสัมพันธ์นั้นได้?

มิ้ง / 33
          มันเป็นความรู้สึกว่าบางทีเราอาจจะต้องเลือกความสบายใจของเราก่อน เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องรู้สึกทรมานกับความสัมพันธ์นั้น มันไม่ใช่ว่าเราไม่ได้รักเขาแล้ว หรือไม่ได้เป็นห่วง ไม่ได้อยากดูแลเขาแล้ว เพียงแต่ว่าบางครั้งมันต้องมีพื้นที่ให้เราได้ใช้ชีวิตแบบที่เราอยากจะใช้และไม่กระทบกระทั่งมากจนเกินไป ความรัก ความผูกพันมันยังมีอยู่เพียงแต่ว่ามันต้องมีพื้นที่ของมัน

วรัน / 28
          จริงๆ แล้วเราไม่ได้ก้าวออกมา เขามีคนอื่น เขานอกใจเรา แล้วเขาก็ทิ้งเรา แต่ถ้าตอบในตอนนี้ ก็คงเป็นถ้าเราเคารพตัวเองมากพอ เราก็สามารถก้าวออกมาได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำทันที แค่ในตอนที่เรารู้สึกว่าที่ตรงนี้มันไม่ใช่ที่ที่ทำให้เรามีความสุขได้แล้ว แต่ยังออกไปไม่ได้ เราว่าแค่ค่อยๆ ก้าวออกมาก็ถือว่าเก่งแล้วนะ

เจ / 23
          เราไม่ได้ก้าวออกมา แต่เขาเป็นคนผลักเราออกมา แต่ทีนี้เราก็คิดว่าจะเอาตัวเองออกมาจากความรู้สึกนั้นยังไง เลยหางานอดิเรกทำ ไปเจอคนมากหน้าหลายตา และพอถึงจุดนึงเราก็จะรู้สึกว่าการอยู่คนเดียวมันก็ไม่ได้แย่นะ 

จิน / 23 
          มีประโยคหนึ่งที่เราคุยกับเพื่อน เพื่อนบอกว่าเราก็รู้ตัวเองว่าที่เป็นอยู่มันเป็นยังไง มันไม่ดีกับเราใช่ไหม แต่เราออกมาไม่ได้เพราะวันนี้เรายังไม่กล้าใช่ไหม เพื่อนเลยบอกต่อว่าเอาเท่าที่เราไหว ไหวแค่ไหนก็แค่นั้นเลย แล้วค่อยออกมาทีละนิด เดี๋ยวก็ออกมาได้เอง หลังจากนั้นเราใช้เวลาประมาณสองอาทิตย์ แล้วก็มูฟออนได้เลย

วาฬ / 22 
          คือเขาเคยเมาแล้วพนันกับเพื่อนว่าลองโทร.หาเราดูว่าเราจะไปหาไหม เขาทำเหมือนเราเป็นตัวตลก เราก็เป็นพวกไปได้อยู่แล้ว ไม่ติดอะไรด้วย แต่เอาจริงก็แค่ตัดสินใจเดินออกมา เสียใจไหม มันเสียใจนะ แต่เสียดายเวลาที่ทำให้มากกว่า

จูน / 22 
          เคยเลิกคุยกันไปประมาณเดือนหนึ่ง เรากินไม่ได้ นอนไม่หลับ ร้องไห้ทุกวัน ผ่านไปสักระยะ พอเราเริ่มเข้าที่เข้าทางเขาก็กลับมาบอกว่าคิดถึง และด้วยความที่เลิกคุยกันไปไม่ได้ตัดขาด พอเขากลับมาเราก็ใจอ่อน คิดว่าให้โอกาสตัวเองได้ลองอีกสักครั้ง พอมันกำลังจะดีขึ้น เรารู้สึกว่ามันกำลังชัดเจนกว่าครั้งก่อน เราก็ไปรู้ว่าเขาแสดงความสนใจในตัวคนอื่น ทั้งที่ครั้งนี้เราแสดงออกไปว่าเราไม่ชอบที่จะเห็นเขาไปคุยกับคนอื่น เราเลยตัดสินใจออกมาจากตรงนั้น ทั้งๆ ที่ยังรู้สึกดีกับเขาอยู่ 

          เราเพิ่งรู้ตัวว่าที่ยังติดอยู่ในความสัมพันธ์นี้เป็นเพราะเรายอมให้ตัวเองเป็นแบบนั้น เราปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความรู้สึกไม่ดีพอ ไม่กล้าพอ เราไม่ใจแข็งพอที่จะขีดเส้นแบ่งความสำคัญ ทั้งที่เรากำหนดได้ว่าอะไรควรจะเป็น priority หลักในชีวิตเรา หลังจากนั้นก็ปลดล็อกเลย ทุกวันนี้ก็ยังพยายามทำความเข้าใจตัวเองให้มากขึ้น

กิก / 17 
          ทนรอจนกว่าเขาจะบอกเลิกเรา แต่ก่อนหน้านั้นเราก็บอกไปว่าขอห่างนะ เป็นสัญญาณว่าเราไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว ท้ายที่สุดก็รอจนกว่าเขาจะเลือกไปเอง

เปียโน / 17
          คือเราอยากไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง แต่เขาไม่อยากให้ไป เราเลยเลือกจะโกหกว่าเราไม่ได้ไปไหน แต่เขามารู้ความจริงเพราะเขาบังเอิญเจอเรา เขาก็เลยบอกเลิกเรา ตอนนั้นก็เสียใจค่ะ

ส้ม / 16
          ไม่ได้ออกมาค่ะ พอเวลาผ่านไปทุกคนก็โตขึ้นและเราพัฒนาขึ้น แล้วก็จะรู้ว่าสิ่งที่ทำมันไม่ดี เขาก็เลยเลิกทำ และเราก็เลยปรับความเข้าใจกัน
.
อยากบอกอะไรถึงคนที่ยังอยู่ในความสัมพันธ์ Toxic ไหม?

มิ้ง / 33
          เรามองว่าจริงๆ ทุกคนจะมีเส้นทางของตัวเองว่าจะพอได้เมื่อไหร่ เราเจ็บปวดกับสิ่งนี้แล้วอยากจะพอได้เมื่อไหร่ ตอนไหนที่คุณรู้สึกว่าคุณอยากจะพอแล้ว ให้ลุกขึ้นมาและลองมองหาทางออก เพราะทุกความสัมพันธ์ที่ Toxic จริงๆ แล้วมันมีทางออก เพียงแต่ว่าเราเลือกที่จะอยู่กับมันต่อเพราะรู้สึกว่าเราทนมันได้อยู่หรือเปล่า เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าทนไม่ไหวมันจะมีทางออกให้คุณ

วรัน / 28
          เรารู้สึกว่าทุกคนมีความรักตัวเองอยู่แล้ว แต่อย่าลืมที่จะแสดงออกถึงความรักนั้น การเลือกตัวเราเองเป็นอันดับแรกก็ถือว่าเป็นความรักตัวเองรูปแบบหนึ่ง เพราะว่าท้ายที่สุดก็มีเพียงแค่ตัวเราที่อยู่ข้างเราในวันที่เราเสียใจที่สุด เรารู้ว่าการก้าวออกมาจากสิ่งที่เรายังยึดติดไว้อยู่มันค่อนข้างยากมากนะ บางครั้งคนคนนั้นของเราก็ไม่ได้แย่ไปทุกเรื่อง มันเลยทำให้เราเลือกที่จะอยู่เพราะสิ่งดีๆ ที่เขาเคยทำให้ 

          ถึงอย่างนั้น ความรักก็ไม่ควรกักขัง ทำร้าย หรือทำให้เราไม่เป็นตัวเอง เหตุผลพวกนี้มันเลยทำให้เดินออกมายาก แต่มันไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้เลย อย่ากลัวที่จะก้าวออกมาจากสิ่งที่บั่นทอนตัวเอง ถ้าหากวันนี้ยังทำไม่ได้ มันก็ยังมีพรุ่งนี้อยู่เสมอ โอเคแหละ ท้ายที่สุดเราจะออกมาได้เองหรือเขาเลือกที่จะไปเองก็ช่าง แต่นั่นก็ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้พบเจอความสดใสใหม่ๆ เราอาจจะได้ค้นพบความสุขที่มันดีกว่าตอนที่มีเขาก็ได้

เจ / 23
          ถ้าคุณเป็นผู้ชายแล้วเจอผู้หญิงที่งี่เง่า หรือเจอคนที่ไม่เข้าใจเรา การกลับไปโสดมันไม่ได้แย่มาก ผู้หญิงดีๆ มีเยอะ ส่วนผู้หญิงที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่อาจจะถูกทำร้ายร่างกาย พูดแดกดัน มีกิ๊ก มีชู้ ก็ออกมาเถอะ ผู้ชายดีๆ ก็หาไม่ยากเหมือนกัน 

จิน / 23
          เอาเท่าที่ไหวครับ คือบางครั้งอาจจะคิดว่าที่เจออยู่มันยังไหวอยู่ แต่บางทีมันไม่ไหวแล้วก็ได้ รักตัวเองให้มากๆ คือต่อให้คนอื่นรักคุณมากแค่ไหน มันคงไม่ได้ครึ่งหนึ่งของที่คุณรักตัวเอง เคารพตัวเอง การเลิกกับคนคนหนึ่งไปอาจจะเสียสูญ แต่มันไม่เป็นไรหรอก อาจจะเสียศูนย์ 6 เดือน 1 ปี หรือ 2 ปี มันก็ไม่เป็นไรหรอก ชีวิตเรามีอะไรอีกเยอะแยะให้ทำ อยากให้ค่อยๆ กล้าที่จะก้าวออกมา

วาฬ / 22 
          ถ้าจะอยู่เพราะมีเหตุผลอื่นก็อยู่ไปเถอะ แต่อย่าอยู่กับใครเพราะสงสารเลย มันเป็นวงจรอุบาทว์มาก ถ้าคบกันแล้วมันลำบากก็เลิกเถอะ อย่าอยู่กับคนที่อยากให้เราเป็นคนแบบนั้นแบบนี้เลย มันเหนื่อย เหนื่อยมาก และมันยากมากนะ กว่าเราจะกล้ากลับมาเป็นตัวเองได้ กว่าเราจะมั่นใจในตัวเอง และกว่าที่เราจะกล้ายอมรับคนอื่นได้อีกครั้ง

จูน / 22
          อาจจะไม่ใช่สิ่งที่แนะนำให้คนอื่น แต่เป็นสิ่งที่อยากบอกกับตัวเอง คืออยู่ต่อไป อยู่จนความรู้สึกมันจะท่วมท้น จนทนไม่ไหวเลยต้องออกมาเอง เราอาจเป็นประเภทไม่เจ็บจนจะตายจริงๆ ก็ไม่จำ แต่ถึงจุดหนึ่งแล้วเราจะรู้ลิมิตตัวเองและกล้าหาญมากพอที่จะยอมรับว่าสิ่งนี้ไม่ดีสำหรับเรา และไม่ผิดเลยที่เราจะเอาตัวเองออกมาจากตรงนั้น 

          เราไม่เคยชอบเวลาคนบอกว่าที่เรายอมอยู่ในความสัมพันธ์นั้นๆ เพราะเราไม่รักตัวเองมากพอ แต่เป็นเพราะเรารักตัวเองต่างหาก เราเลยกล้าที่จะยอมลองให้ตัวเองได้สัมผัสความรู้สึกดีๆ ได้คิดว่าบางทีเราก็เหมาะสมที่จะได้รับความรักที่ดีจากคนคนนี้ก็ได้ และเพราะเรารักตัวเองมากพอ เมื่อถึงจุดๆ หนึ่งเราเลยกล้าที่จะยอมรับว่าสิ่งนี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา เพราะเรารักตัวเอง เราเลยเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองเสมอ ซึ่งในตอนนี้มันก็คือตัวของเรา รักตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่คิดว่าจะทำได้ สำหรับเรา โลกที่มองเห็นตัวเราเองเป็นที่หนึ่งคือโลกที่โคตรมีความหมายเลย

กิก / 17
          ถ้าอยู่แล้วมีความสุขก็อยู่ไปเถอะ แต่ถ้าอยู่แล้วไม่มีความสุขเลยก็ออกมา เพราะออกมาแล้วมันทำให้เรารู้ว่าเวลามันมีค่า ถ้าเราเปิดโอกาสให้คนที่ดีกว่านี้เข้ามาอาจจะดีกับเรามากกว่า

เปียโน / 17
          อยากให้ลองคุยกัน ลองปรับความเข้าใจกันดีๆ การพูดคุยกันตรงๆ ก่อน ก็อาจจะช่วยได้ แต่ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ก็อยากให้ออกมาดีกว่า 

ส้ม / 16
          รู้สึกว่าถ้าเป็นไปได้ หากออกมาได้ ให้ออกมาเลย ถ้าอยู่ไปแล้วมันเสียใจ ต่อให้เราจะรู้จักเขามานานแต่เขาเปลี่ยนไปแล้ว อยู่ไปมันจะทำให้เราเสียใจกว่าเดิม เพราะถ้าเขาเปลี่ยนไปแล้วมันก็คงไม่มีอะไรกลับไปเหมือนเดิม

Writer & Graphic Designer

Discover more from Awake1525

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading