คุณเชื่อเรื่องโชคไหม?
เมื่อสัปดาห์ก่อน ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปชมการแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2026 การแข่งขันกอล์ฟสตรีที่จัดขึ้นในไทยและมีนักกีฬาเบอร์ต้นร่วมแข่งขัน ในรอบสุดท้ายเป็นช่วงเวลาที่นักกอล์ฟ 2 คน ผลัดกันขึ้นลงเป็นอันดับ 1 บนหัวตาราง เธอคนหนึ่งเป็นนักกอล์ฟสาวชาวไทยมืออันดับ 1 ของโลก ‘โปรจีโน่-อาฒยา ฐิติกุล’ ส่วนเธออีกคนหนึ่งเป็นนักกอล์ฟจากญี่ปุ่น มืออันดับ 30 ‘ชิซซี่ อิวาอิ’ การแข่งขันรอบนั้นยิ่งทำให้ผู้เขียนเชื่อว่า กอล์ฟไม่ใช่กีฬาที่ใช้ความสามารถและประสบการณ์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นกีฬาที่ต้องพึ่งพาโชคด้วย
พวกเธอทั้งสองทำแต้มได้ดีตลอดการแข่งขัน โดยเฉพาะอิวาอิที่ไม่เสียเลยสักแต้ม (โอเวอร์พาร์) ในรอบสุดท้าย แต่ความน่าเสียดายและน่าเสียใจคือในหลุมที่ 14 ลูกกอล์ฟที่วิ่งตรงทำท่าจะลงหลุมนั้น กลับเคลื่อนตัวโค้งไปตามปากหลุมและหลุดออกไป หรือในหลุมสุดท้ายที่ถ้าอิวาอิทำแต้ม (อันเดอร์พาร์) ได้ ก็มีโอกาสที่จะชนะจากการแข่งในรอบเพลย์ออฟกับจีโน่ ทว่าลูกกอล์ฟวิถีโค้งดีกลับวิ่งไปไม่แรงพอ มันหยุดอยู่ห่างจากปากหลุมไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น ทำให้เธอมีคะแนนเป็นรองจีโน่ และคว้าอันดับที่สองไปครอง เช่นเดียวกับฝาแฝดของเธอที่คว้าอันดับสองไปเหมือนกันเมื่อปีก่อน
อิวาอิเสียน้ำตา แต่ผู้เขียนเชื่อว่าเธอได้ทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว
หลายคนอาจจะตั้งข้อสงสัยว่ากอล์ฟมันจะเกี่ยวกับโชคได้ยังไง กีฬาทั้งหลายล้วนตัดสินแพ้ชนะกันที่ฝีมือไม่ใช่หรือ แต่ความจริงแล้วกอล์ฟเป็นกีฬาที่เต็มไปด้วยตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ ลองคิดดูว่า ถ้าตอนนั้นความเร็วลมช่วยผลักให้ลูกกอล์ฟของอิวาอิลงหลุม หรือทำให้มุมการเคลื่อนตัวของลูกกอล์ฟเปลี่ยนไปเพียง 1 องศา เธออาจคว้าแชมป์ในสมัยนี้ไปครอง
มันอาจจะฟังดูเกินจริง แต่เมื่อหลายปีก่อนก็มีนักกอล์ฟที่พัตต์ลูกกอล์ฟไปค้างอยู่ที่ปากหลุมเหมือนกัน แต่จู่ๆ ก็มีแมลงวันบินมาเกาะ แล้วก็ ‘ตุ้บ’ ลูกกอล์ฟเขยื้อนลงหลุม ทำให้เขาคว้าเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปนอนกอด………ถ้านี่ไม่เรียกว่าโชค แล้วจะเรียกว่าอะไร
ปฏิเสธไม่ได้ว่าโชคคือตัวแปรที่สามารถพลิกเกมหรือพลิกชีวิตได้เลย ยิ่งเมื่อหลายๆ อย่างในชีวิตคือการแข่งขัน การเปรียบเทียบ และเต็มไปด้วยสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ในบรรดาผู้เข้าแข่งขันที่พยายามอย่างหนักจนมาอยู่ในระดับเดียวกัน คนที่มีโชคคือคนที่ได้เปรียบกว่าเสมอ และสำหรับคนที่ไร้โชค หลายๆ ครั้งมันก็น่าเสียใจและเสียดายมากทีเดียว
และผู้เขียนก็เข้าใจความรู้สึกนั้นเป็นอย่างดี
.
สาวน้อยไร้โชค
เอาจริงๆ คนที่อายุไล่เลี่ยกับผู้เขียน สักประมาณ 10 ปลายๆ ถึง 20 ต้นๆ อาจจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไร้โชคอยู่ไม่น้อย เพราะช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เราเกิดมาหลังยุควิกฤตเศรษฐกิจ พอกำลังจะรู้ความก็มีรัฐประหาร ช่วงขวบวัยเปลี่ยนผ่านถูกรัฐบาลทหารกลืนกิน พอวัยรุ่นหน่อยก็ต้องใช้ชีวิตกับโรคระบาด และพอถึงวัยที่จะต้องทำงาน ประเทศก็ตกอยู่ในสถานะ ‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ แค่ฟังก็เศร้าแล้ว ราวกับว่าเกิดมายังไม่เคยประสบพบเจอกับความเจริญอย่างไรอย่างนั้น
ไม่แน่ว่าอีกสักครึ่งศตวรรษข้างหน้า คนในอนาคตอาจจะนิยามช่วงเวลาแห่งความไร้โชคนี้ว่า ‘ยุคมืด’ ของประเทศก็ได้
กลับมาที่ชีวิตของ ‘สาวน้อยไร้โชค’ คนนี้ ทั้งชีวิตผู้เขียนไม่เคยถูกหวย ไม่เคยถูกรางวัลชิงโชค เดาข้อสอบไม่ค่อยถูก เล่นบิงโกไม่เคยชนะ อะไรหลายๆ อย่างไม่เป็นใจให้ชีวิตเป็นในแบบที่ต้องการ พรสวรรค์ติดลบ ส่วนพรแสวงก็ลุ่มๆ ดอนๆ ดังนั้นแทบทุกอย่างที่ทำได้หรือได้มา จึงล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ต้องลงทุน ลงแรงด้วยตัวเองทั้งสิ้น
มันอาจจะฟังดูเป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม ทำนองว่า Input = Output หรือ Action = Reaction เพราะมันเป็นการลงทุน ลงแรงที่ไม่ได้อะไรเกินจริง แต่ก็ไม่เสียอะไรไปเช่นกัน เช่น ถ้าอยากทำข้อสอบได้คะแนนดีก็ต้องอ่านหนังสือ ทำความเข้าใจเองทั้งหมด เพราะไม่มีทางที่จะเดาข้อสอบถูก หรือหวังพึ่งคนอื่นได้ในห้องสอบ และยิ่งลงทุน ลงแรงไปมากเท่าไร ผลลัพธ์ก็ควรจะดีขึ้นเท่านั้น
ความน่าเศร้าใจมันอยู่ที่คนบางคนแทบไม่ได้ลงทุนลงแรงอะไรเลย แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่ดีเท่ากัน หรือบางคนลงทุน ลงแรงไปเท่าๆ กัน แต่กลับได้ผลลัพธ์ดีกว่า ซึ่งตัวแปรที่พวกเขามี แต่ผู้เขียนไม่มีนั้นคือสิ่งที่เรียกว่า ‘โชค’ ในทางหนึ่งมันจึงเหมือนกับว่าเราต้องพยายามมากกว่าคนอื่นอยู่เสมอ
เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนเพิ่งเข้าวัดไปไหว้พระขอพร สิ่งที่ผู้เขียนขอคือ ‘ขอให้โชคดีกับเขาบ้าง’ ยิ่งในช่วงที่รู้สึกเศร้าเสียใจที่ไม่มีงานทำสักที ไม่ใช่เพราะไม่ลงทุน ลงแรง ในที่นี้หมายถึงไม่สมัครงานหรือรอโชคหล่นทับอยู่ฝ่ายเดียว แต่ผู้เขียนทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้แล้ว และผลลัพธ์ก็ออกมา ‘เท่าทุน’ คือแทบทุกที่เรียกเข้าไปสัมภาษณ์ ทว่าก็ไม่ได้เป็นผู้ที่ถูกเลือกสักที จนเกิดความรู้สึกว่าสิ่งที่ได้รับกลับมานั้น มันไม่สมราคากับที่ทุ่มลงไป และอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าในบรรดาคนที่ถูกเรียกไปสัมภาษณ์คือคนที่ลงทุน ลงแรงไปเท่าๆ กัน ดังนั้นคนที่ถูกเลือกก็คงเป็นคนที่มีโชคช่วยหรือเปล่านะ
ระหว่างที่กำลังขอพรอยู่นั้น เพื่อนที่รู้จักก็ทักมาบอกว่าบริษัทที่เธอทำงานอยู่คือบริษัทผู้เขียนสมัครงานไป มีแนวโน้มว่าพวกเขาจะเรียกผู้เขียนเข้าไปสัมภาษณ์ และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ แม้จะแปลกใจอยู่ไม่น้อย เพราะงานที่สมัครไปไม่ตรงกับผลงานและประสบการณ์ที่ผ่านมาสักเท่าไร
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ผลเร็วทันตาเห็น นี่ขนาดยังไม่ทันก้าวเท้าออกจากโบสถ์ หรือมันจะถึงคราวที่โชคหล่นทับเราบ้างแล้ว
.
หรือแท้จริงแล้ว ‘โชค’ คือสิ่งที่เราเลือกมอง
โชคหล่นทับอาจไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในการสัมภาษณ์งานครั้งนั้น
จากที่เคยเศร้าเพราะไม่เป็นผู้ถูกเลือก พอได้ไปสัมภาษณ์งานนั้น กลับยิ่งเศร้ากว่าเดิมที่ถูกเลือกให้ไปสัมภาษณ์ตั้งแต่แรก มันรู้สึกว่าที่นั่นไม่ใช่ที่ของเรา ยิ่งสัมภาษณ์ก็ยิ่งอยากแกล้งเป็นลมล้มไป อยากกดหยุดการสัมภาษณ์เอาไว้ แล้ววิ่งหนีออกมาดื้อๆ ณ จุดนั้น ผู้เขียนเริ่มคิดว่าการเป็นคนไร้โชคมันอาจจะดีอยู่แล้วก็ได้
ในระหว่างที่โหนรถไฟฟ้ากลับ ผู้เขียนลองคิดในอีกมุมหนึ่งว่า…ถ้าโชคไม่ใช่ตัวแปรสำคัญล่ะ
หากเราเปรียบชีวิตเหมือนกีฬากอล์ฟ ชีวิตจะดำเนินไปด้วยความสามารถของเราส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนก็คือโชค ซึ่งเป็นตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้หรือควบคุมได้ยาก และเรามักจะไม่นับโชคเข้ามาในสมการเลย ถ้าเราทำส่วนแรกได้ดีตั้งแต่ต้น
มันอาจจะฟังดูเศร้าไปอีกขั้นที่ต้องยอมรับความจริงว่า เหตุที่เรายังไม่เป็นผู้ถูกเลือกหรือยังไม่เป็นผู้ชนะสักที อาจเป็นเพราะเรายังไม่ดีพอ ไม่เก่งพอจริงๆ ก็ได้ หรือเราอาจจะดีพอแล้วในสายตาตัวเอง แต่ยังไม่ดีพอในสายตาอีกฝ่าย ซึ่งนั่นก็เป็นตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ต่างอะไรกับโชค
สิ่งสำคัญคือเราจะเลือกโฟกัสที่ส่วนไหน
สำหรับผู้เขียน ตราบใดที่เราพยายามอย่างสุดความสามารถและตัดสินใจดีที่สุดในเวลานั้นแล้ว ก็ถือว่าเราจัดการกับส่วนแรกหรือตัวแปรที่ควบคุมได้ไปแล้ว หากผลลัพธ์ยังออกมาไม่เป็นดังหวัง ผู้เขียนก็คงไม่รู้สึกเศร้าเสียใจเท่าไรนัก
แต่ถ้าเรามัวแต่เศร้าและโฟกัสอยู่กับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ความคิดเห็นของอีกฝ่าย หรือโทษว่าตัวเองไร้โชค มันก็เท่านั้น ผลลัพธ์ไม่เปลี่ยน แถมยังเศร้าใจเหมือนเดิม
โปรจีโน่ เจ้าของแชมป์ Honda LPGA Thailand 2026 ให้สัมภาษณ์หลังคว้าแชมป์ว่า เธอมีความฝันและเป้าหมายคือการคว้าแชมป์ในรายการเมเจอร์ หรือก็คือการแข่งขันรายการใหญ่ระดับโลกสักครั้ง โดยในปีที่แล้ว เธอเกือบทำสำเร็จในรายการ The Amundi Evian Championship 2025 แต่ก็พ่ายแพ้ไปในรอบเพลย์ออฟ
“เรารู้สึกว่าทำทุกอย่างได้ค่อนข้างดีมากแล้ว อย่างในรายการนั้น เราทำทุกอย่างที่สามารถทำได้ ติ๊กถูกในทุกๆ ช่องได้แล้ว แต่ผลก็ไม่เป็นไปตามที่หวัง มันก็เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าต่อให้เราทำถูก เราก็อาจจะไม่ใช่ผู้ชนะคนเดียวคนนั้นเสมอไป”
โชคอาจเป็นตัวแปรที่พลิกชีวิตเราได้ แต่มันไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต
ท้ายที่สุด เราต้องยอบรับว่าเราควบคุมทุกอย่างไม่ได้ ในเมื่อเราทำสิ่งที่ควบคุมได้ให้ออกมาดีที่สุดแล้ว มันก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ เพราะสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ก็คือสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
และคนไร้โชคก็คือคนไร้โชค ตราบใดที่ผลลัพธ์ไม่ออกมา ‘ขาดทุน’ ก็ถือว่าโอเค
ผู้เขียนอาจเป็นตัวอย่างเล็กๆ ให้เห็นแล้วว่า การมีโชคนั้นถือเป็นข้อได้เปรียบ แต่บางที การเป็นคนไร้โชคอย่างเดิมก็อาจจะดีอยู่แล้วก็ได้
มันคงจะดีหากมีแมลงวันบินมาเกาะลูกกอล์ฟของเราบ้าง แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรือเป็นเรื่องที่ต้องเศร้าเสียใจอะไร ในเมื่อเราพัตต์กอล์ฟอย่างตั้งใจที่สุดแล้ว………จริงไหม
สุดท้ายนี้ ใครที่คิดว่าตัวเองเป็นคนไร้โชค ก็ขอให้เป็นคนไร้โชคที่ไม่มีอะไรให้นึกเสียใจ ส่วนใครที่คิดว่าตัวเองเป็นคนมีโชค ก็อย่าลืมเผื่อใจกับตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้นี้เอาไว้บ้าง
เพราะไม่แน่ว่า ผู้ไร้โชคคนต่อไป อาจเป็นคุณ!
Writer & Graphic Designer

เด็กจบใหม่หมดไฟ สนใจเรื่องผู้หญิงและเรื่องไม่ป๊อป มีความสุขเวลาได้สัมภาษณ์คนเจ๋งๆ และกำลังปั้นเพจเกี่ยวกับเลสเบียนและกีฬาผู้หญิง
