วัยรุ่นต่างจังหวัดกับวัยรุ่นในเมืองมองความสุขอย่างไรกันนะ
          อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณมี ‘ความสุขใจ’ มากที่สุด (เลือกได้เพียงข้อเดียว)
                    มีเงินทองเพียงพอ
                    กินอิ่ม นอนหลับ
                    มีบ้านสุขสบาย
                    แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย
                    ครอบครัวและเพื่อน

          ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร อยากให้ลองตอบคำถามนี้ พร้อมเหตุผลที่เลือกสิ่งนั้น และเก็บไว้ในใจหรือเขียนใส่กระดาษไว้ก่อน แล้วมาลองดูกันว่าคุณจะคิดเหมือนคนส่วนใหญ่ที่ได้ทำแบบสอบถามนี้หรือเปล่า

          ในตอนแรกผู้เขียนตั้งโจทย์แบบสอบถามนี้โดยเติมเงื่อนไขต่อท้ายไปด้วยว่า “ถ้าไม่ต้องนึกถึงเรื่องเงิน”  แต่พอคิดไปคิดมา มันก็เกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า ถ้ามีตัวเลือกเรื่องเงินซึ่งเป็นเสมือน ‘ปัจจัยที่ 5’ เพิ่มมาด้วย พวกเขาจะเลือกอะไรกัน และเพราะอะไรจึงเลือกคำตอบนั้น

          แบบสอบถามนี้มีวัยรุ่นอายุ 15-25 ปี จำนวน 80 คน ร่วมตอบคำถาม ทั้งแบบออนไซต์และออนไลน์ ทั้งที่เป็นมนุษย์ต่างจังหวัดและมนุษย์ในเมือง (กรุงเทพฯ และปริมณฑล) เพื่อตอบความสงสัยว่าวัยรุ่นที่อยู่ในพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่ต่างกันจะมีมุมมองต่อเรื่อง ‘ความสุข’ ต่างกันไหมนะ ภาพรวมของผลสำรวจพบว่า สิ่งที่ทำให้วัยรุ่นอายุ 15-25 ปี มีความสุขใจมากที่สุดคือมีเงินทองเพียงพอ (36 คน), ครอบครัวและเพื่อน (27 คน), กินอิ่ม นอนหลับ (9 คน), แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย (5 คน) และมีบ้านสุขสบาย (3 คน)

.
ถ้าอยู่คนละพื้นที่ เราจะมีความสุขต่างกันไหมนะ
          กระดาษ A4 2 แผ่นที่แปะติดกัน ถูกยึดไว้กับกระดาษลังเพื่อความแข็งแรงอีกที กลายเป็นบอร์ดแบบสอบถามให้น้องๆ และเพื่อนๆ ในอำเภอเล็กๆ นอกตัวเมืองของต่างจังหวัด ได้แปะสติกเกอร์แสดงความคิดเห็นกัน 

          ผู้อ่านหลายคนอาจเคยเห็นบอร์ดแสดงความเห็นแบบนี้ตามตัวเมืองหรือในมหาวิทยาลัย แต่สำหรับที่นี่มันคือความแปลกใหม่

          ที่นี่เป็นบ้านเกิดของผู้เขียน ผู้คนส่วนใหญ่ทำการเกษตรหรือไม่ก็เปิดร้านค้าของตัวเอง ไม่มีห้างสรรพสินค้าใหญ่โต ไม่มีสถาบันสอนพิเศษ ไม่มีสวนสาธารณะ และไม่ว่าจะมองมุมไหน ที่นี่ก็ต่างจากแถบเมืองหลวงอย่างเห็นได้ชัด ผู้เขียนหยิบบอร์ดนั้นและสมุดสติกเกอร์ใส่กระเป๋าผ้า และเดินเท้าไปที่โรงเรียนมัธยมศึกษาแถวบ้านซึ่งผู้เขียนแวะเวียนไปเล่นบาสเกตบอลอยู่บ่อยๆ

          ส่วนใหญ่นักเรียนที่นี่ ถ้าไม่กลับบ้านก็เล่นกีฬา หรือนั่งคุยกับเพื่อนหลังเลิกเรียน แทบไม่มีใครไปเรียนพิเศษกันหลังเลิกเรียนเลย วันนั้นแป้นบาสเกตบอลฝั่งหนึ่งมีกลุ่มเด็กหนุ่มจับจองไว้ ม้านั่งหินอ่อนข้างๆ ก็มีนักเรียนนั่งทำการบ้านและเม้ามอยกันเมามัน ที่อาคารเอนกประสงค์มีคุณครูกำลังคุมทีมซ้อมเต้นให้กลุ่มนักเรียนเพื่อเตรียมตัวไปประกวดเต้นแอโรบิก สนามหญ้าฝั่งหนึ่งมีเสาและตาข่ายกั้นไว้ ใครจะจับกลุ่มเล่นวอลเลย์บอลหรือตะกร้อก็ตามใจ ส่วนอีกฝั่งเป็นสนามฟุตซอลที่มีเด็กผู้ชายยืนเหงื่อซกรอต่อทีมลงเล่นกันจนฟ้ามืด

          บรรยากาศเหล่านี้ต่างจากตอนที่ผู้เขียนเรียนมัธยมฯ ที่โรงเรียนในตัวเมืองจังหวัด แทบไม่มีใครอยู่เล่นกีฬากันจนฟ้ามืด เพราะนักเรียนส่วนใหญ่ต้องนั่งรถรับส่งกลับบ้านต่างอำเภอ ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน หรือไม่ก็หารรถตุ๊กตุ๊กเพื่อไปเรียนพิเศษกันต่อ

          ผู้เขียนยื่นบอร์ดไปให้น้องๆ แต่ละกลุ่มแปะสติกเกอร์แสดงความคิดเห็น และคาดเดาในใจว่าคำตอบ ‘ครอบครัวและเพื่อน’ จะต้องมีคะแนนนำโด่งแน่ๆ และเมื่อนำมารวมกับความเห็นของวัยรุ่นต่างจังหวัดอีกส่วนหนึ่งจากแบบสอบถามออนไลน์ ผลสำรวจที่ได้นั้นกลับหลากหลายกว่าที่คิด

          วัยรุ่นต่างจังหวัดจำนวน 40 คน มองว่าสิ่งที่ทำให้มีความสุขใจมากที่สุด คือ
                    47.5% ครอบครัวและเพื่อน (19 คน)
                    35% มีเงินทองเพียงพอ (14 คน)
                    7.5% กินอิ่ม นอนหลับ (3 คน)
                    5% แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย (2 คน)
                    5% มีบ้านสุขสบาย (2 คน)

          ขณะที่วัยรุ่นในเมืองจำนวน 40 คน ซึ่งตอบแบบสอบถามนี้ผ่านแบบฟอร์มออนไลน์ มองว่าสิ่งที่ทำให้มีความสุขใจมากที่สุด คือ
                    55% มีเงินทองเพียงพอ (22 คน)
                    20% ครอบครัวและเพื่อน (8 คน)
                    15% กินอิ่ม นอนหลับ (6 คน)
                    7.5% แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย (3 คน)
                    2.5% มีบ้านสุขสบาย (1 คน)

          ผลสำรวจนี้อาจไม่สามารถเหมารวมถึงวัยรุ่นต่างจังหวัดและวัยรุ่นในเมืองทั้งหมดได้ แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าวัยรุ่นที่อยู่คนละพื้นที่และสภาพแวดล้อมนั้นเลือกสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุขมากที่สุดแตกต่างกัน
.
สุขใดเล่าจะเท่ามีเงิน 
          หากดูจากผลสำรวจจะพบว่าตัวเลือก ‘มีเงินทองเพียงพอ’ เป็นตัวเลือกที่วัยรุ่นเลือกมากที่สุด (36 คน จากทั้งหมด 80 คน) โดยมีคะแนนมากเป็นอับดับสองจากผลสำรวจวัยรุ่นต่างจังหวัด และมีคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งจากผลสำรวจวัยรุ่นในเมือง

          เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายๆ อย่างที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตทุกวันนี้ต้องใช้เงินแลกมา หากคุณหิวก็ต้องไปซื้อข้าวกล่องหรือวัตถุดิบมาปรุงอาหาร หากคุณต้องการเสื้อผ้าหรือที่ซุกหัวนอน แน่นอนว่ามันก็ต้องซื้อมาด้วยเงิน เสื้อผ้าอาจจะขอรับบริจาคได้ แต่บ้านสักหลังนี่คงไม่มีใครยกให้ง่ายๆ หรือถ้าวันหนึ่งคุณป่วยกาย ป่วยใจก็ต้องใช้เงินเพื่อไปพบหน้าคุณหมอ ซึ่งยิ่งพบกันน้อยครั้งเท่าไรก็ยิ่งเป็นผลดีต่อกระเป๋าสตางค์ของคุณเท่านั้น ถึงจะมีนักธุรกิจบางคนบอกว่าการดูแลสุขภาพใช้เงิน 0 บาท ใครๆ ก็ทำได้ แต่เราต่างก็รู้ว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสียทีเดียว

          แม้ว่าปัจจัย 4 จะเป็นสิ่งพื้นฐานต่อการดำรงชีวิต แต่ชีวิตเราจะดำรงต่อไปได้ไหม หากไม่มี ‘ปัจจัย 5’ เพื่อแลกอีก 4 อย่างนั้นมา

          วัยรุ่นต่างจังหวัดที่ร่วมแสดงความเห็นแบบออนไซต์นั้น ส่วนใหญ่จะเผยความคิดของตัวเองออกมาระหว่างที่แปะสติกเกอร์ เสียงส่วนใหญ่บอกว่า เป็นเรื่องยากที่จะเลือกเพียงข้อใดข้อหนึ่ง เพราะทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้สุขใจทั้งสิ้น พวกเขาจึงเลือกให้เงินเป็นความสุขใจที่สุดเพราะถ้ามีเงินก็มีทุกอย่างที่เหลือได้

          เช่นเดียวกับวัยรุ่นในเมือง พวกเขาส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าที่เลือกการมีเงินเพราะเมื่อพิจารณาจากความเป็นจริงแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องมีเงิน เมื่อมีเงินทุกสิ่งที่เป็นความสุขก็จะตามมา เงินนั้นซื้อความสุขได้จริงๆ แม้ไม่ใช่ความสุขทั้งหมด แต่ก็เกือบทั้งหมด ผู้ร่วมตอบแบบสอบถามคนหนึ่งให้เหตุผลว่า

          “ตอนแรกจะตอบว่ากินอิ่มนอนหลับ แต่การกินอิ่ม นอนหลับได้ มันใช้เงินซื้อข้าว ซื้อที่อยู่อาศัยที่ดี ถ้าหลังคามีรูรั่วข้างหัวเตียงแม่ เงินไม่พอซื้อข้าวกินให้อิ่มท้อง ชีวิตก็คงลำบากพอสมควร นอกจากไม่สุขกายแล้ว ความสุขทางใจยังไม่เกิด คำตอบนี้จึงเหมาะสมที่สุด”

          ถ้าแบบสอบถามนี้เป็นข้อสอบ เงินคงไม่ต่างกับตัวเลือก ‘ถูกทุกข้อ’  ในทางทฤษฎี เงินอาจไม่ใช่ ‘ความสุขใจ’ จริงๆ แต่ในทางปฏิบัติ เงินคือสิ่งที่แลกความสุขใจเกือบทั้งหมดมาได้
.
หลากหลายมุมมองต่อความสุข
          แม้เงินจะเป็นตัวเลือกที่วัยรุ่นเลือกมากที่สุด แต่ในอีกมุมหนึ่ง เราอาจมองได้ว่าวัยรุ่นในเมืองหลายคนก็เคยเป็นวัยรุ่นต่างจังหวัดมาก่อน แต่พวกเขาจำเป็นต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเมืองเพื่อเรียนต่อหรือทำงาน ด้วยค่าครองชีพที่สูงกว่า ความสะดวกสบายต่างๆ ก็ต้องใช้เงินมากกว่า ทำให้เงินกลายเป็นปัจจัยที่ 5 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

          ทั้งนี้ แม้วัยรุ่นเกือบครึ่งจะมองว่าเงินนั้นนำไปสู่ความสุขอื่นๆ แต่วัยรุ่นอีกเกินครึ่งกลับมองต่างออกไป และเหตุผลของพวกเขานั้นก็น่าสนใจมากทีเดียว

          นักเรียนหญิงในชุดพละสีเหลืองประเดิมแปะสติกเกอร์ลงบอร์ดเป็นคนแรก เธอคิดอยู่สักพัก ก่อนจะแปะลงในช่อง ‘ครอบครัวและเพื่อน’ พร้อมเอ่ยออกมาว่า “แค่มีเพื่อนก็อยู่ได้ละ” เช่นเดียวกับนักเรียนชายอีกคนที่นั่งอยู่ข้างสนามหญ้า เขาแปะลงในช่องดังกล่าว ก่อนจะเรียกเพื่อนอีกคนหนึ่งมาแปะด้วย เพื่อนเองก็แปะลงในช่องเดียวกัน เขาหันไปกอดคอเพื่อนแล้วบอกว่า “เห้ย เลือกเพื่อนเหรอ เพื่อนแท้เลยว่ะ” 

          ส่วนผู้ร่วมตอบแบบสอบถามคนหนึ่งได้ให้เหตุผลที่เลือกครอบครัวและเพื่อนว่า “ยาใจชีวิตอันโหดร้าย” ขณะที่อีกคนให้เหตุผลว่า 

          “ถ้าขาดทุกสิ่งไปก็เดือดร้อนหมด แต่เพราะครอบครัวและคนที่รักเป็นสิ่งที่คิดว่าถ้าเสียไปก็จะเสียใจที่สุด เพราะเป็นคนที่จะคอยอยู่ข้างๆ เสมอ และสุดท้ายถ้ามีทุกอย่างแต่ขาดสิ่งนี้ก็คงไม่มีความสุขอยู่ดี”

          ผู้เขียนเองก็เลือกตัวเลือกนี้เช่นกัน ด้วยเหตุผลที่ไม่ต่างกันนัก แม้จะเป็นคนที่ชอบอยู่คนเดียว แต่กลับรู้สึกว่าถ้าขาดครอบครัว เพื่อน บุคคล หรือสรรพสิ่งอันเป็นที่รักไป มันคงถึงเวลาที่ต้องนั่งตั้งคำถามกับการมีอยู่ของชีวิตแล้วล่ะ แค่ลองคิดว่าถ้าเราไปเจอเรื่องร้ายดีมา หรืออยากเม้ามอยกับใครสักคน แต่ไม่มีใครให้พูดด้วย มันก็คงทุกข์ใจพอสมควร กระทั่งการไม่ได้ฟังเรื่องราวของคนอื่น เพื่อนๆ ไปเจออะไรมาบ้าง ตอนนี้ชีวิตกำลังดำเนินไปอย่างไร ความสุขใจก็คงไม่เกิดเช่นกัน

          นอกจากนี้ ผู้ร่วมตอบแบบสอบถามออนไลน์คนหนึ่งเลือกตอบว่าสิ่งที่ทำให้สุขใจคือ ‘กินอิ่ม นอนหลับ’ พร้อมให้เหตุผลว่า“มากพอสำหรับการใช้ชีวิตในวันต่อไปแล้ว” ส่วนอีกคนให้เหตุผลว่า “ถ้ากินอิ่ม นอนหลับ ชีวิตก็ยังพอหาความสุขให้จิตใจได้” ในขณะที่อีกคนให้เหตุผลที่ฟังดูติดตลกว่า “ชอบนอน” แต่คิดๆ ดูแล้ว มันก็สมเหตุสมผลอยู่แหละนะ

          ส่วนกลุ่มเด็กหนุ่มที่กำลังยืนรอเตะฟุตซอลกันอยู่นั้น พวกเขาส่วนใหญ่เลือก ‘แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย’ พวกเขาไม่ได้บอกเหตุผลอะไร ก่อนจะรีบวิ่งเข้าสนามไปเพราะคิวที่ต่อไว้มาถึงพอดี ในตอนนั้นเองที่ผู้เขียนคิดว่าได้เห็นความสุขใจของพวกเขาด้วยตาตัวเองแล้วล่ะในขณะที่ ผู้ร่วมตอบแบบสอบถามคนหนึ่งเลือกว่าความสุขใจของเขาคือ ‘มีบ้านสุขสบาย’ ด้วยเหตุผลสั้นๆ แนบมาว่า “พ่อแม่”

.
เสียงของความสุขจากมนุษย์ต่างวัย
          ในการทำแบบสอบถามครั้งนี้มีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามจากช่วงวัยอื่นด้วย โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและวัยกลางคนอายุ 26-59 ปี จำนวน 37 คน ซึ่งส่วนใหญ่เลือก ‘แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย’ รองลงมาคือมีเงินทองเพียงพอ, ครอบครัวและเพื่อน, กินอิ่ม นอนหลับ และมีบ้านสุขสบาย ตามลำดับ

          คุณครูคนหนึ่งในโรงเรียนเลือกการมีเงินทองเพียงพอ เพราะมองว่าตอนนี้ยังหนุ่มสาวอยู่ ส่วนบ้านก็อยู่กับพ่อแม่ได้ จังหวะนี้ต้องรวยก่อน ส่วนอีกคนบอกว่าเลือกข้อนี้เพราะราคาทองกำลังพุ่ง ถ้ามีเงิน ความสุขอื่นๆ ก็จะตามมา ในขณะที่คุณครูที่ซ้อมเต้นให้เด็กๆ นั้นมองว่าสิ่งที่ทำให้สุขใจที่สุดคือการมีร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย

          เช่นเดียวกับผู้ร่วมทำแบบสอบถามทางออนไลน์คนหนึ่งที่เลือกการมีร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย และให้เหตุผลว่า

          “หากป่วยเมื่อไร ไม่ต่างจากคนชำรุด ทั้งร่างกายและจิตใจเหมือนคนไร้ชีวิตที่กำลังถูกทำลายจิตวิญญาณ ความเจ็บป่วยล้วนเป็นทุกข์ทั้งสิ้น เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงความสุข” 

          ในขณะที่บางคนมองว่าเงินนำไปสู่ความสุข คนอีกส่วนหนึ่งกลับมองว่า ถ้าไม่เจ็บป่วยเสียอย่าง อะไรๆ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น และความสุขอื่นๆ ก็จะตามมาเอง 

          วัยรุ่นแต่ละคนมองและเลือกสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุขใจมากที่สุดแตกต่างกันไป เราคงไม่อาจตีความได้ว่าวัยรุ่นต่างจังหวัดมองความสุขใจแบบนี้ วัยรุ่นในเมืองมองความสุขใจแบบนั้น ผู้เขียนว่ามันขึ้นอยู่กับมุมมอง ประสบการณ์ชีวิต และเงื่อนไขของแต่ละคน บางคนมองว่าต้องมีเงินก่อนจึงจะมีความสุขที่เหลือได้ ส่วนบางคนก็มองว่าหากไม่มีคนที่รักหรือถูกรุมเร้าด้วยอาการเจ็บป่วย ชีวิตก็ไม่อาจพบความสุขอื่นๆ ได้เช่นกัน

          แล้วคุณล่ะ เลือกข้อไหน และเพราะอะไร 

          เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ สิ่งที่เลือกนั้นยังเหมือนเดิมหรือไม่ คุณอาจได้แง่มุมใหม่ๆ เกี่ยวกับความสุขจากวัยรุ่นคนอื่นๆ หรือจากมนุษย์ต่างวัย คุณอาจเป็นวัยรุ่นต่างจังหวัดที่คิดเหมือนกับวัยรุ่นในเมือง วันนี้คุณอาจเป็นวัยรุ่นในเมือง แต่สักวันคุณอาจกลายเป็นวัยรุ่นต่างจังหวัด ความสุขของคุณอาจเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงวัยและเวลา 

          แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไหน ขอให้คุณได้พบกับความสุขใจในแบบของตัวเองก็พอ

Writer & Graphic Designer

วรพร รุ่งวัฒนโสภณ

เด็กจบใหม่หมดไฟ สนใจเรื่องผู้หญิงและเรื่องไม่ป๊อป มีความสุขเวลาได้สัมภาษณ์คนเจ๋งๆ และตอนนี้กำลังปั้นเพจเกี่ยวกับเลสเบียนและกีฬาผู้หญิง