“ถ้าผมคิดแบบรัฐบาล ผมเอางบไปจัดการให้คนพิการมีงานทำอยู่บ้าน
คงดีกว่าเอางบไปปรับปรุงรถเมล์ให้รองรับคนพิการออกมาทำงานนอกบ้านอีกมั้ง
น่าจะใช้น้อยกว่าด้วย”
วิทยากรพูดเสนอแนะขึ้นหลังจากกลุ่มของเราจบการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับรถเมล์ไทยในปัจจุบันที่ไม่สามารถรองรับผู้ใช้งานที่เป็นคนพิการได้อย่างทั่วถึง จนทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า มนุษย์คนหนึ่งต้องเติบโตและใช้ชีวิตมาอย่างไร หรือยึดมั่นในระบบทุนนิยมมากขนาดไหนถึงทำให้พูดประโยคที่ไร้ความเห็นใจในมนุษย์ขนาดนี้ออกมา………และที่มันน่าตลกร้ายเพราะเราก็คิดว่ารัฐบาลจะใช้วิธีแบบนั้นจริงๆ
มันไม่ใช่แค่การไม่แก้ไขปัญหาที่วางอยู่ตรงหน้า อย่างการที่คนพิการไม่สามารถใช้รถสาธารณะเหมือนคนทั่วไปเท่านั้น แต่มันยังสะท้อนถึงความคิดที่ว่า ‘คุณค่าของคนอยู่ที่การมีงานทำ’ เพียงเท่านั้น และทุกอณูของทรัพยากรมนุษย์ที่หลงเหลือควรเป็นไปเพียงเพื่อตอบสนองโลกทุนนิยมอยู่อย่างนั้น………
สรุปแล้วเรามองสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เป็น ‘มนุษย์’ หรือแค่เครื่องจักรไว้ทำงานกันแน่
ข่าวสงครามที่ปะทุอยู่ทั่วทุกมุมโลกก็เช่นกัน ไม่ว่าเหตุตั้งต้นจะเป็นอะไร แต่การใช้วิธีการลดทอนความเป็นมนุษย์ของอีกฝ่ายเพื่อเพิ่มความชอบธรรมให้กับฝ่ายตัวเอง มันช่างน่าฉงนเหลือเกิน
ถ้าเราล้างบางมนุษย์ฝั่งตรงข้ามโดยบอกว่าเขาไม่ใช่มนุษย์………เราจะยังกล้าพูดได้เต็มปากว่าตัวเองยังเป็นมนุษย์อยู่หรือ มันไม่น่าละอายเกินไปหน่อยหรือ
นี่ยังไม่รวมเรื่องของศาสนาในบางพื้นที่ หรือข่าวพวกนายทุนโลกที่หนึ่งที่ทำการค้ามนุษย์ไปจนถึงการ Cannibalism ที่ถูกพูดถึงอยู่ทั่วไปหมดอีก
ความสามารถในการทำงานต่างกันไม่นับว่าเป็นมนุษย์เท่ากัน ร่างกายต่างกันไม่นับว่าเท่ากัน เพศต่างกันไม่นับว่าเท่ากัน ศาสนาต่างกันไม่นับว่าเท่ากัน อยู่คนละประเทศไม่นับว่าเท่ากัน รายได้ต่างกันไม่นับว่าเท่ากัน อยู่คนละภูมิภาคไม่นับว่าเท่ากัน
เลือกพรรคการเมืองต่างกันไม่นับว่าเท่ากัน
ไม่กี่วันนี้ มันมาถึงจุดที่เราได้เริ่มเห็นผู้คนประกาศว่า จะไม่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันจากภัยธรรมชาติอีกต่อไป เพียงเพราะเขาไม่เลือกพรรคการเมืองเดียวกัน
ถ้าจะพูดแบบนั้น ในความหมายเดียวกัน เวลาเจอคนต้องการความช่วยเหลือก็ต้องถามพื้นเพบ้านเกิดก่อนเหรอ………ถึงจะตัดสินใจว่าจะช่วยดีมั้ย
ในเวลาไล่เลี่ยกัน เราเห็นข่าวการตายของช้างป่าที่เกิดจากความโลภของนายทุนท้องที่และความเลินเล่อของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ยอมทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น ถ้านำทั้งสองสิ่งนี้ ในช่วงเวลานี้ มาวางเทียบกัน………มันเห็นได้ชัดเลยว่ามนุษย์สนใจและเห็นใจช้างป่ามากกว่ามนุษย์ที่ยืนอยู่ข้างกันตอนนี้เสียอีก
ไม่ผิดที่คุณจะไม่พอใจหรือโกรธในการตัดสินใจของใครสักคน และการที่จะช่วยหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์และการตัดสินใจของคุณเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปัญหาระดับชาติอย่างภัยธรรมชาติที่รัฐบาลควรเป็นคนจัดการมากกว่าที่ประชาชนจะต้องช่วยกันเอง แต่จุดที่ควรสนใจไม่ได้อยู่ตรงนั้นเลย………
มันอยู่ที่เรากำลังถูกปลูกฝังโดยระบบให้เกลียดชังกันจนไม่อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองต่างหาก
ก่อนจะลดทอนความเป็นมนุษย์ของคนอื่นเพื่อระบายความอัดอั้นเหล่านั้นออกมา ลองหายใจลึกๆ แล้วมองรอบตัวอีกสักนิด ว่าพวกเขาคือสิ่งที่ควรโกรธเป็นอย่างแรกรึเปล่า ไม่ใช่ว่ามันยังมีช้างตัวใหญ่ยืนอยู่ในห้องรอให้ไปโกรธอยู่หรอกเหรอ………
ช้างที่ชื่อว่า ‘ความไม่โปร่งใส’ นั่นน่ะ
เราเห็นความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ตลอด ตั้งแต่การเลือกล่วงหน้าจนถึงวันจริง เริ่มตั้งแต่การลงทะเบียนไปจนถึงสรุปผลคะแนน ซึ่งเราก็ยังเห็นว่ามีมนุษย์อีกมากที่เห็น อยากจะแก้ไข รวมถึงพยายามทำให้มันกลับมาถูกต้อง…สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะสนใจ มากกว่าหันมาทำร้ายกันเองหรอกหรือ
เราทำให้สิ่งที่ผ่านไปแล้วมันถูกต้องและโปร่งใสกว่านี้ได้ หรือหากจะต้องรอการเลือกตั้งครั้งหน้าที่อาจจะนานสำหรับบางคน แต่มันก็ยังทำใหม่ได้
ทว่าเมื่อไรที่เราสูญสิ้นความเป็นมนุษย์ไปแล้วครั้งหนึ่ง ต่อให้ใช้เวลาอีกนานขนาดไหน เราก็เอามันกลับมาไม่ได้อีก
ไม่ว่าจะความเป็นมนุษย์ของคนอื่น หรือกระทั่งความเป็นมนุษย์ภายในใจของตัวเอง
Writer & Graphic Designer

If my life were a song,
It could be “I Started A Joke” by Bee Gees.
