ความฝันของคนหนึ่งคน อาจเริ่มต้นจากบ้านหลังเล็ก ถนนลูกรัง หรือโรงเรียนในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ใครหลายคนมองข้าม แต่สำหรับเยาวชนและคนรุ่นใหม่ในต่างจังหวัด ความฝันไม่เคยเล็กตามพื้นที่ที่พวกเขาเติบโตมา Awake1525 อยากชวนมาฟังเสียงของคนอายุ 15-25 ปี จากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศ เรื่องเล่าของพวกเขาสะท้อนทั้งความฝัน ความหวัง ความท้อ ความไม่เท่าเทียมของโอกาส และแรงใจที่ยังคงผลักให้ก้าวต่อไป ไม่ว่าปลายทางของความฝันจะอยู่ที่บ้านเกิดหรือเมืองใหญ่ก็ตาม
.
องุ่น / 15 / สุราษฎร์ธานี
          หนูชื่อองุ่นค่ะ เป็นคนสุราษฎร์ธานี พึ่งย้ายมาอยู่ขอนแก่นได้ไม่นาน ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนชนบทศึกษาค่ะ ความฝันของหนูคืออยากเป็นแอร์โฮสเตส ไม่ก็เภสัชกร มันเริ่มมาตั้งแต่ ม.1 แล้วค่ะ เพราะหนูเป็นคนชอบเรียนภาษา ส่วนที่อยากเป็นเภสัชฯ ก็เพราะอยากจะขายยาเพื่อช่วยรักษาคนป่วยค่ะ

          สำหรับหนู อุปสรรคที่ยากที่สุดในการทำตามความฝันให้สำเร็จก็คือเรื่องการเรียนค่ะ หนูคิดว่าการเติบโตในต่างจังหวัดไม่ส่งผลกับความฝันของหนู ถ้าเราตั้งใจทำมันจริงๆ แต่ถ้าได้ไปอยู่กรุงเทพฯ หนูว่าความฝันก็น่าจะไปได้ไกลกว่าเดิม เพราะที่นั่นเจริญและเปิดกว้างกว่า สถานศึกษาดีๆ หรือสนามสอบส่วนใหญ่ก็รวมตัวกันอยู่ที่นั่น มันสะดวกและเดินทางไปไหนมาไหนก็ง่าย

          หนูอยากให้ที่ต่างจังหวัดมีสถานศึกษาดีๆ เหมือนกับในกรุงเทพฯ บ้างค่ะ ส่วนใครที่กำลังไล่ตามความฝันอยู่เหมือนกัน อยากบอกว่าให้ตั้งใจทำต่อไปนะคะ ขอแค่เราตั้งใจจริงๆ เดี๋ยวทุกอย่างก็จะสำเร็จเองค่ะ
.
เอิร์ท / 15 / ขอนแก่น
          สวัสดีครับผมชื่อเอิร์ทนะครับ มาจากจังหวัดขอนแก่น ตอนนี้เรียนอยู่ที่โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคมครับ ความฝันของผมตอนนี้คืออยากเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ ส่วนเป้าหมายในชีวิตที่คิดไว้คืออยากเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นด้วยครับ

          ความฝันนี้มันเริ่มมาตั้งแต่ตอนผมอยู่ ม.1 ครับ เพราะผมเริ่มสนใจพวกเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ หรือพูดง่ายๆ ก็คือคอมพิวเตอร์นั่นแหละครับ จุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมอยากเดินตามฝันนี้จริงๆ คือความชอบในคอมพิวเตอร์ และการที่ผมชอบฟังพอดแคสต์ของ CK (Podcast with CK) เรื่องการลงทุนด้วยครับ ส่วนอุปสรรคในการทำตามฝันของผม ทั้งในอดีตจนถึงตอนนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องการเรียนครับ 

          ผมมองว่าการอยู่ต่างจังหวัดอาจจะส่งผลกับการทำตามความฝันของผมบ้างในเรื่องของการไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ เพราะบางทีเราอาจจะสู้คนที่เรียนในเมืองหรือโรงเรียนในเมืองใหญ่ๆ ไม่ค่อยได้ ถ้าได้อยู่กรุงเทพฯ ผมคิดว่าโอกาสน่าจะเปิดกว้างกว่านี้ เพราะในกรุงเทพฯ มีสิ่งอำนวยความสะดวกดีๆ เยอะไปหมด แต่ของที่นั่นก็แพงมากเลยครับ

          ถ้าบอกอะไรกับสังคมหรือผู้มีอำนาจได้ ผมอยากให้ช่วยกันพัฒนาการศึกษาไทยให้ดีขึ้นกว่านี้ หรือช่วยขยายโอกาสให้มีโรงเรียนดีๆ เหมือนในกรุงเทพฯ กระจายออกมาตามต่างจังหวัดให้มากขึ้นครับ สุดท้ายนี้ ผมอยากบอกกับทุกคนที่กำลังไล่ตามความฝันว่า ให้ทำให้สุดครับ อย่าเพิ่งรีบท้อ เพราะหนทางยังอีกไกล สู้ๆ นะครับทุกคน
.
โอชิน / 15 / หนองคาย
          โอชินครับ มาจากจังหวัดหนองคาย ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคารครับ

          ความฝันในตอนนี้ของผมคืออยากเป็นครูครับ มันเริ่มมาตั้งแต่ ม.2 จุดเริ่มต้นเลยคือตอนนั้นผมได้มีโอกาสไปลองเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษ แล้วรู้สึกว่ามันน่าสนใจมากจนอยากจะลองทำดูบ้าง ตั้งแต่นั้นมาเลยตั้งเป้าว่าอยากเป็นครูครับ

          แต่อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผมในการทำตามความฝันนี้ คือเรื่องความไม่มั่นใจในตัวเองครับ ผมชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น บางทีก็แอบคิดว่าเราด้อยกว่าเขา จนกลายเป็นความรู้สึกท้อและไม่มั่นใจ แต่ถ้าถามว่าการที่ผมอยู่หนองคายมันส่งผลกับความฝันไหม ผมคิดว่าไม่ค่อยส่งผลนะครับ เพราะทุกอย่างมันเข้าถึงหมดแล้ว

          สิ่งที่ผมอยากบอกกับสังคมหรือผู้มีอำนาจ คืออยากให้ช่วยสนับสนุนทุกคนให้มากขึ้น เพื่อให้ทุกคนได้มีพื้นที่ออกมาโชว์ความสามารถของตัวเองได้อย่างเต็มที่ครับ

          ส่วนใครที่กำลังไล่ตามความฝันเหมือนกัน ผมอยากบอกว่าขอให้เชื่อมั่นในตัวเอง อย่าไปกลัว และขอให้มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองเลือกครับ
.
ปุณ / 17 / เชียงใหม่
          หนูเป็นคนอำเภอเมืองเชียงใหม่ค่ะ ตอนนี้เรียนอยู่ที่ยุพราชวิทยาลัย ความฝันของหนูคืออยากเป็นเดี่ยวไมโครโฟน อยากยืนเล่าเรื่องอะไรก็ได้ตามใจตัวเอง ด้วยความที่เป็นคนเพื่อนเยอะ เลยรู้สึกว่าถ้าเอาเรื่องเพื่อนมาเล่ามันต้องสนุกแน่ๆ เหมือนได้แชร์ประสบการณ์และได้เป็นตัวของตัวเองแบบไม่ต้องมีกรอบมาบังคับว่าต้องเล่าแบบไหน

          จุดเริ่มต้นความฝันนี้มาจากตอน ม.1 ค่ะ หนูได้ดูเดี่ยวของพี่โน้ส อุดม แล้วรู้สึกว่ามันดูอิสระจัง การที่ใครคนหนึ่งพูดแล้วมีคนตั้งใจฟัง มีคนสนุกไปกับสิ่งที่เราเล่า มันดูเป็นอาชีพที่เจ๋งดีนะ ไม่ต้องซีเรียสเกินไป เหมือนเราสร้างเวทีขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้มาผ่อนคลายร่วมกัน

          อุปสรรคที่ยากที่สุดในการทำตามความฝันนี้ คือการที่หนูอยู่ต่างจังหวัดค่ะ ถึงแม้ที่โรงเรียนจะมีสายการเรียนให้เลือกบ้างหลากหลายมากขึ้น แต่มันก็ไม่ได้หลากหลายขนาดนั้น เราพอจะรู้ว่าอาชีพเดี่ยวไมโครโฟนมีอยู่จริง แต่ก็ยังไม่รู้ว่าต้องเรียนต่อคณะไหน หรือเดินไปทางไหนถึงจะไปถึงจุดนั้นได้ ต่อให้รู้ว่าโลกนี้มีอาชีพที่หลากหลายแค่ไหน แต่ช่องทางมันไม่ได้เอื้อให้เราเข้าถึงได้ง่ายเหมือนคนในกรุงเทพฯ

          ถ้าได้ไปใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ หนูคงทำตามความฝันได้ง่ายกว่านี้ แต่มันก็ติดเรื่องค่าใช้จ่ายและเรื่องเงินด้วย หนูเลยอยากให้ความเจริญมันกระจายมาถึงต่างจังหวัดมากกว่าที่เป็นอยู่

          สุดท้ายนี้ สิ่งที่หนูอยากบอกกับคนที่กำลังไล่ตามความฝันเหมือนกัน คือ อยากให้เชื่อในสิ่งที่ทำค่ะ ตั้งใจทำตามความฝันของตัวเองต่อไป สักวันมันต้องเป็นวันของเราแน่นอน
.
ขวัญใจ / 18 / ขอนแก่น
          ตอนนี้ขวัญใจกำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนสายน้ำผึ้งในพระอุปถัมภ์ฯ ในกรุงเทพฯ ค่ะ ความฝันของหนูคือการได้ทำงานที่อยากทำมาตั้งแต่เด็ก เพื่อที่จะได้มีเงินมาเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว ความฝันนี้เริ่มต้นขึ้นตอนช่วง ม.5 โดยมีครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อยากเดินตามฝัน เพราะพวกเขาเลี้ยงดูหนูมาตั้งแต่เด็ก ส่งเสียให้เรียนหนังสือ และคอยซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายทุกอย่าง หนูเลยอยากจะตอบแทนพวกเขาเมื่อหนูโตขึ้นค่ะ

          ระหว่างทางที่ไล่ตามความฝัน อุปสรรคที่ยากที่สุดสำหรับหนูคือการหมดไฟค่ะ เพราะบางครั้งเราต้องเจอคำพูดกดดันมากมายจนทำให้รู้สึกอยากหยุดและไม่อยากไปต่อบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นหนูก็จะไม่ท้อค่ะ เพราะหนูอยากตอบแทนครอบครัว

          ถ้าถามว่าการเติบโตในต่างจังหวัดส่งผลต่อความฝันของหนูไหม หนูคิดว่าส่งผลค่ะ โดยเฉพาะเรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพราะความฝันของหนูต้องใช้การศึกษาเข้าช่วยเยอะมาก แต่บางครั้งเทคโนโลยีในโรงเรียนอาจจะยังช่วยได้ไม่เต็มที่ ทำให้เราต้องแสวงหาความรู้เอง หนูเลยมองว่าถ้าได้ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ความฝันก็น่าจะมีโอกาสไปได้ไกลกว่านี้ เพราะที่นั่นมีเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกในหลายด้านที่ช่วยพัฒนาเราได้ค่ะ

          หากบอกอะไรกับสังคมหรือผู้มีอำนาจได้ หนูอยากให้ช่วยเสริมเรื่องการศึกษาให้กับเด็กๆ ในโรงเรียนให้มากกว่านี้ค่ะ เพราะในบางพื้นที่เทคโนโลยียังเข้าไม่ถึงเท่าที่ควร ส่วนเพื่อนๆ ในต่างจังหวัดที่กำลังไล่ตามความฝันเหมือนกัน หนูอยากบอกว่าให้สู้ๆ และทำตามฝันให้สำเร็จนะคะ จริงๆ แล้วความฝันเราเป็นคนกำหนดเองทุกอย่าง แม้จะมีคำแนะนำจากคนรอบข้างบ้าง แต่สุดท้ายแล้วความฝันจะเกิดหรือจบลงได้ ก็ขึ้นอยู่กับมือเราเองค่ะ
.
กิ๋วกิ้ว / 19 / ลำปาง
          ชื่อกิ๋วกิ้วนะคะ มาจากจังหวัดลำปางค่ะ ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลค่ะ

          เป้าหมายในชีวิตของกิ้วคือการได้เป็นศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิต ความฝันนี้เริ่มมาตั้งแต่เด็กๆ เลยค่ะ กิ้วเป็นคนชอบแสดงออกหน้ากล้อง ชอบทั้งการพูดและการร้องเพลง พอรู้ตัวว่าความถนัดกับความชอบมันมาเจอกันตรงนี้พอดี ก็เลยตัดสินใจอยากเดินตามฝันนี้ค่ะ

          ระหว่างทางที่ไล่ตามฝัน สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับกิ้วคือการต้องรับมือกับความจริงที่ว่ามีคนเก่งกว่าเราเสมอ ยุคนี้การแข่งขันมันสูงมากค่ะ ถึงเราจะมีความสามารถแต่ก็ยังมีคนที่เก่งกว่าในด้านเดียวกัน กิ้วเลยรู้สึกว่าต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะโอกาสมักจะวิ่งเข้าหาคนที่พร้อมที่สุด

          กิ้วคิดว่าการโตมาในต่างจังหวัดส่งผลกับความฝันมากเลยค่ะ อย่างแรกเลยคือเรื่องคอนเนคชัน นั่นเป็นเหตุผลที่กิ้วต้องตัดสินใจเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ เพราะถ้ายังอยู่ลำปาง โอกาสหรือประสบการณ์ต่างๆ มันมีน้อยกว่ามาก การเป็นเด็กต่างจังหวัดทำให้เราต้องออกไปไขว่คว้าหาโอกาสเอง มากกว่าที่จะนั่งรอให้โอกาสเดินมาหา

          ถ้าได้ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ กิ้วเชื่อว่าความฝันมีโอกาสไปได้ไกลกว่านี้ค่ะ ทั้งเรื่องเครือข่ายคนทำงานในวงการบันเทิงที่กระจุกตัวอยู่ที่นี่ รวมถึงความสะดวกในการไปแคสติ้งหรือออดิชั่นที่ไม่ต้องเสียค่าเดินทางมากเหมือนตอนอยู่ลำปาง

          สิ่งที่กิ้วอยากจะบอกกับสังคมหรือผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ คืออยากให้มองที่ความสามารถและความมีเอกลักษณ์ของแต่ละคนมากกว่าจะยึดติดอยู่แค่เรื่อง Beauty Standard ค่ะ

          และสุดท้าย สำหรับเพื่อนๆ ต่างจังหวัด กิ้วไม่อยากให้หยุดพัฒนาตัวเองค่ะ อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นมากเกินไป แน่นอนว่ายุคนี้การทำให้ความฝันเป็นจริงมันยากเพราะคู่แข่งเยอะ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่มีโอกาสค่ะ
.
นิว / 21 / สุพรรณบุรี
          ผมนิวครับ เป็นคนจังหวัดสุพรรณบุรี ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่พระจอมเกล้าพระนครเหนือในกรุงเทพฯ ครับ ความฝันของผมตอนนี้คืออยากประสบความสำเร็จในชีวิต มีครอบครัวที่มั่นคง และได้ใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุขครับ ความฝันนี้มันเริ่มมาตั้งแตเด็กเลย เพราะผมอยากมีชีวิตสบายๆ ในวัยชรา อยากทำอะไรก็ได้ทำ ไม่ต้องมานั่งเครียดกับเรื่องวุ่นวาย และมันมาจากความรู้สึกที่ว่า ตั้งแต่เด็กจนโต พอตื่นเช้าขึ้นมาเราแทบไม่มีจังหวะให้ได้ผ่อนคลายเลย ต้องเจอกับชีวิตที่วุ่นวายและมีเรื่องเครียดๆ ให้คิดอยู่ตลอดเวลา ผมก็เลยอยากพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ไม่ต้องกังวลกับอะไรพวกนี้อีกแล้ว

          แต่อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผมคืออนาคตที่ไม่แน่นอนครับ เพราะเราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามที่หวังได้ เราไม่มีทางรู้เลยว่าการตัดสินใจในแต่ละครั้งจะนำพาเราไปจุดไหน หรือจะพาไปสู่อนาคตที่เราคาดหวังไว้ได้จริงๆ หรือเปล่า

          ผมมองว่าการโตในต่างจังหวัดส่งผลกับความฝันของผมพอสมควรนะ เพราะการเข้าถึงสวัสดิการต่างๆ มันยากกว่า รวมถึงโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพและตลาดแรงงานด้วย ตัวผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ เพื่อหาความก้าวหน้าให้ชีวิตเหมือนกัน

          ส่วนสิ่งที่อยากบอกกับสังคมคือตอนนี้ก็ใกล้ช่วงเลือกตั้งแล้ว ผมอยากให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิ์ของตัวเองกันนะครับ ผมเชื่อว่าเราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกคนเข้ามาพัฒนาประเทศ ถ้าเราออกมาใช้เสียงแล้วได้คนที่มีความเชี่ยวชาญเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่ควรอยู่จริงๆ ทุกอย่างมันจะถูกพัฒนาไปอย่างเป็นระบบและถูกทาง พอเป็นแบบนั้นแล้ว โอกาสทางเศรษฐกิจและด้านต่างๆ ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นเองครับ

          สุดท้ายนี้ ผมขอให้ทุกคนอย่าเพิ่งหมดหวังกับสิ่งที่เจอนะครับ ไม่ว่าจะต้องล้มอีกสักกี่ครั้ง ผมเชื่อว่าทุกคนจะลุกขึ้นมาใหม่ได้เสมอครับ
.
ฟิล์ม / 22 / แพร่
          เราฟิล์ม มาจากจังหวัดแพร่ ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ความฝันของเราคืออยากหาเงินให้ได้เยอะๆ เพื่อไปดูแลครอบครัวและพาพวกเขาไปเที่ยวด้วยกันเยอะๆ ความฝันนี้มันเริ่มมาตั้งแต่เด็กเลย เพราะฐานะที่บ้านเราไม่ค่อยดี เราเห็นพ่อแม่ลำบากมาตลอด เห็นท่านต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเทอม ค่ากิน ค่าอยู่ให้เรา ยิ่งพอมาเรียนมหาวิทยาลัย พ่อแม่ยิ่งต้องเหนื่อยมากขึ้นเพื่อส่งทั้งเราและพี่เรียน ซึ่งมันเป็นเงินจำนวนมากจริงๆ เราเลยตั้งใจว่าพอโตขึ้น มีงานทำ มีเงินเดือนที่มั่นคงแล้ว เราอยากตอบแทนท่าน อยากเห็นท่านสบาย

          อุปสรรคที่ยากที่สุดในการทำตามความฝันของเราตอนนี้คือ เรียนจบไปเราจะหางานทำได้ไหม และงานที่ทำจะทำเงินได้มากพอที่จะเลี้ยงพ่อแม่ให้สบายได้อย่างที่ตั้งใจไว้หรือเปล่า

          เรามองว่าการโตมาที่จังหวัดแพร่ ทำให้การทำตามความฝันของเรามันยากขึ้น เพราะบ้านเราเป็นจังหวัดเล็กๆ และเริ่มเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว ไม่ค่อยมีห้างสรรพสินค้าหรือสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก พอความเจริญไม่ทั่วถึง เวลาเราจะตัดสินใจเลือกเรียนอะไรเลยต้องคิดแล้วคิดอีก ว่าจบไปแล้วจะหางานทำได้ไหม และจะมีโอกาสได้กลับไปทำงานที่บ้านเกิดของตัวเองบ้างหรือเปล่า

          เราเลยอยากให้รัฐบาลช่วยพัฒนาทุกจังหวัดให้เจริญเท่าเทียมกัน เราจะได้มีโอกาสกลับไปทำงานที่รักในบ้านเกิดของตัวเอง เพราะลึกๆ แล้วเราก็อยากกลับไปอยู่บ้านกับพ่อแม่ อยากเห็นบ้านที่เราโตมาเจริญมากกว่านี้ เราอยากให้ความฝันของเรากลายเป็นจริง และก็ขอเป็นกำลังใจให้ความฝันของทุกคนกลายเป็นจริงเหมือนกัน
.
อานัส / 24 / สตูล
          ชื่อธีระเทพ จิตหลัง พื้นเพเป็นคนจังหวัดสตูล

          จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตคือช่วงจบ ม.6 ที่เลือกเดินตามความฝัน ความชอบ ความเชื่อของตัวเอง ด้วยการเข้าเรียนสาขาวิจัยทางสังคม คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เพราะรู้สึกว่ามันตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตได้ดีที่สุด ความฝันของผมอาจจะไม่ได้มีคำตอบสำเร็จรูปเหมือนคนอื่นที่อยากเป็นตำรวจ ทหาร หรือปลัด แต่มันคือคอนเซ็ปต์กว้างๆ ที่ว่า เราอยากเป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการให้กับสังคม

          เราอยากเป็นเหมือนนักวิชาการที่ผู้คนให้ความเคารพ เวลาเกิดวิกฤตหรือเหตุการณ์สำคัญ สื่อมักจะวิ่งไปขอความเห็นจากพวกเขา คนเหล่านี้คือแหล่งข้อมูลที่มีชีวิต และด้วยสถานะของเราที่เป็นชนกลุ่มน้อยในหลายมิติ ทั้งในแง่ศาสนาที่เป็นอิสลาม และแง่ชาติพันธุ์มลายู เราจึงอยากยกระดับตัวเองขึ้นมาเพื่อให้มุมมองของคนที่เป็นชนกลุ่มน้อยแบบเรามีพื้นที่ยืนในสังคมบ้าง

          อุปสรรคที่ยากที่สุดคือการต่อสู้กับหัวใจตัวเอง เพราะในขณะที่เราไล่ตามความฝัน โลกความจริงที่เป็นทุนนิยมมักจะตัดสินคุณค่าของมนุษย์ด้วยผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ อะไรที่ไม่สร้างเงินก็มักจะถูกมองว่าไร้สาระ อย่างช่วงที่เราไปเป็นบัณฑิตอาสาสมัครที่ยะลา 7 เดือนเต็มๆ ในปี 2568 ถ้าเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ทำงานเอกชนเงินเดือนสูงๆ พวกเขาอาจหาเงินได้เป็นแสนแล้ว ในขณะที่เราเลือกไปฝังตัวในชุมชนเพื่อแสวงหาความเชี่ยวชาญ แม้จะได้ทุนการศึกษาเป็นการตอบแทน แต่บางครั้งพอกลับบ้านไปเจอคำถามเรื่องความสำเร็จจากคนรอบข้าง มันก็มีแวบๆ ที่ทำให้หวั่นไหวเหมือนกัน

          การเติบโตในต่างจังหวัดมันส่งผลต่อความฝันของเรามากอย่างเห็นได้ชัดเลย เพราะคนที่เติบโตที่ต่างจังหวัดอย่างเราได้รับการอนุญาตให้ฝันได้ไม่ไกลไปกว่าหน้าบ้านของตัวเอง หลายคนต้องทิ้งฝันเพราะที่บ้านไม่มีงานรองรับ หรือมองไม่เห็นความมั่นคง ซึ่งเราไม่โทษตัวเขาหรือครอบครัวนะ แต่เป็นเพราะโอกาสทางอาชีพสร้างสรรค์หรืออาชีพทางเลือกต่างๆ มันรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลางหมดเลย อย่างที่สตูลบ้านเรา เด็กๆ แทบไม่เห็นอาชีพอื่นนอกจาก ครู ตำรวจ หมอ คำว่านักมานุษยวิทยา หรือภัณฑารักษ์ มันเป็นเรื่องที่เด็กในชนบทแทบไม่ถูกอนุญาตให้ฝันถึงเลย

          เราอยากให้ผู้มีอำนาจที่ออกนโยบาย ลองทบทวนและผ่อนปรนเกณฑ์ที่ตายตัวลงบ้างเพราะความสำเร็จของมนุษย์มันหลากหลายและซับซ้อนเกินกว่าจะใช้ไม้บรรทัดอันเดียวมาวัดเด็กทุกคน ถ้าเรายอมรับความหลากหลายเป็นพื้นฐาน เราจะสร้างสังคมที่มีความคิดสร้างสรรค์ได้มากกว่านี้

          สุดท้าย เราเชื่อว่าทุกความฝันมีที่ยืนของตัวเอง ถ้าเราจริงจังและมุ่งมั่นกับความฝันของเราจริงๆ เราก็จะสามารถหาที่ยืนให้กับความฝันของตัวเองได้ หรืออย่างน้อยที่สุด เราก็จะสามารถสร้างที่ยืนนั้นให้กับตัวเองได้ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตาม แต่ในช่วงต้นก็อาจจะต้องเป็นกำลังใจให้กันมากๆ 

          แม้ระบบสังคมหรือกลไกรัฐจะไม่ค่อยเอื้อหรือไม่อนุญาตให้เราฝันถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ แต่ขอให้ทุกคนอย่าเพิ่งละทิ้งความฝัน ไม่ว่าคนรอบข้างจะกดดันแค่ไหนก็ตาม เพราะสุดท้ายแล้วเราคือคนที่ได้อยู่กับความฝันนั้น และเราจะเป็นคนเห็นความสำเร็จที่ก่อเกิดขึ้นจากความฝันนั้นในสักวันหนึ่ง
.
โลมา / 24 / ตรัง
          เราชื่อโลมา เราเกิดภูเก็ตแต่โตที่ตรัง เรียกได้ว่าเป็นคนตรังแล้วกัน ตอนนี้ทำงาน NGO แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

          ความฝันสูงสุดในชีวิตกับเป้าหมายในอาชีพของเรามันคือสิ่งเดียวกัน ด้วยความที่เราเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนมาทำงานในกรุงเทพฯ เราอยากเห็นสังคมที่ดีขึ้น สังคมที่ช่องว่างความเหลื่อมล้ำมันลดน้อยลง อยากเห็นสังคมที่เอื้อให้คนทุกกลุ่มมีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยไม่ต้องดิ้นรน หรือต้อง suffer ในเส้นทางชีวิตมากนัก จนรู้สึกว่าชีวิตมันไม่เหลืออะไรแล้ว

          เราโตมาในครอบครัวเกษตรกร พ่อจบ ป.4 แม่จบ ม.6 ที่บ้านมีสวนยางพารา สวนผัก ประมาณ 10 ไร่ เราทำกันเองในครอบครัว ไม่ได้จ้างคนอื่น ชีวิตวัยเด็กคือจันทร์ถึงศุกร์ไปเรียน กลับมาต้องทำงานบ้าน ทำกับข้าว เสาร์อาทิตย์เข้าสวนเก็บมะนาว เก็บพริก เก็บยาง วันไหนมีของขายก็ต้องตื่นเช้าไปตลาด ชีวิตเราต้องช่วยที่บ้านทำมาหากิน ไม่ได้เรียนพิเศษเพราะครอบครัวยากจน

          เราเป็นเฟมินิสต์ที่ตั้งคำถามกับสังคมตลอดเวลาว่า ทำไมเขาปฏิบัติกับผู้หญิงแบบนี้ ทำไมเราถึงเหนื่อยกว่าน้อง เราเชื่อเสมอว่าโลกนี้มันกว้างกว่ายอดต้นยางที่ค้ำหัวเราอยู่ทุกวัน มันเลยเป็นแรงบันดาลใจให้เราเลือกเรียนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ธรรมศาสตร์ เพราะเรารู้สึกว่าโลกนี้มันกว้างและยิ่งใหญ่ เราสามารถไปได้ไกลกว่าจุดที่เราอยู่ เราจะทำยังไงก็ได้เพื่อเอาตัวเองออกไปจากตรงนี้ให้ได้ดีที่สุด เร็วที่สุด และยั่งยืนที่สุด

          ชีวิตตอนนี้ถือว่ามั่นคงแล้ว เรียนจบมีงานทำ เงินเดือนอยู่กรุงเทพฯ ได้สบาย ความยากจริงๆ มันผ่านไปแล้ว คือช่วงรอยต่อระหว่างมัธยมเข้ามหาวิทยาลัย อุปสรรคแรกคือการเงิน พ่อแม่เราไม่มีเงิน โชคดีมากที่เราได้ทุนค่าเทอมของธรรมศาสตร์ แต่ก็ยังยากอยู่ดี เพราะมันมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องจ่ายอีก อุปสรรคที่สองคือเรื่องวัฒนธรรม เราโตที่ใต้มาตลอด อาหารการกิน สังคม มันต่างกัน เรา homesick บ่อยมาก ระหว่างทางของการไล่ตามความฝัน ส่วนที่ยากที่สุดก็คือเรื่องเงินกับเรื่องวัฒนธรรมนี่แหละ

          ถ้าถามว่าการอยู่กรุงเทพฯ ช่วยให้ความฝันไปได้ไกลกว่านี้ไหม แน่นอนว่าใช่ที่สุด เพราะความเจริญทุกอย่าง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ศิลปะ โอกาส คอนเนกชัน มันกระจุกตัวอยู่ที่นี่หมด อยู่ตรังเราทำไม่ได้แน่นอน นี่คือเหตุผลหลักที่เราต้องถีบตัวเองเข้ามา เพราะต่างจังหวัดไม่มีสิ่งเหล่านี้ เราอยากหลุดพ้นจากความจนและกรอบเดิมๆ สำหรับเรา กรุงเทพฯ ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด

          สิ่งที่อยากบอกคนกรุงเทพฯ หรือผู้มีอำนาจคือ เราไม่เคยต้องการความเข้าใจ เพราะพวกคุณไม่มีทางเข้าใจคนต่างจังหวัด แต่สิ่งที่เราอยากได้คือความเห็นอกเห็นใจ อยากให้รู้ว่ามันยากนะที่จะหลุดออกจากกรอบความจน คนกรุงเทพฯ ชอบ romanticize สร้างต่างจังหวัดให้เป็นสวนสัตว์มนุษย์ เป็นที่ให้ฉันไปพักผ่อนวันหยุดยาว เลยอยากให้ชนบทมีความธรรมชาติ ห้ามมีความเจริญ เพื่อให้ฉันได้กลับไป fulfill ตัวเอง แต่ในขณะที่คุณมีรถไฟฟ้า มีน้ำประปาดื่มได้ มีสวัสดิการดีๆ คนต่างจังหวัดก็อยากได้เหมือนกัน

          เราไม่ชอบคำว่ากรุงเทพฯ เมืองเทพสร้าง แล้วเทพไม่อยากสร้างต่างจังหวัดบ้างเหรอ ช่วยไปสร้างที่อื่นบ้างได้ไหม ในฐานะเมืองโตเดี่ยว ทุกอย่างกระจุกอยู่ตรงนี้มันจะตายกันหมดอยู่แล้ว

          สิ่งที่อยากฝากถึงคนต่างจังหวัดที่กำลังไล่ตามความฝันคือ อย่ายอมแพ้ อย่าด้อยค่าตัวเอง ให้สู้เหมือนชีวิตนี้ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ฟ้าหลังฝนมันมีอยู่จริง แม้ระหว่างทางจะลำบาก แต่พรุ่งนี้ชีวิตจะดีกว่าวันนี้แน่นอน ให้สู้ ให้ใส่ให้เต็มที่ ถ้าเหนื่อยก็หยุดพัก ถ้าวิ่งไม่ได้ก็เดิน เดินไม่ได้ก็คลาน คลานไม่ได้ก็ดิ้นไปเลย มันจะต้องมีสักทางที่พาเราไปถึงความฝัน มันอาจใช้เวลานาน แต่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์มันมีจริง

Writer & Graphic Designer

ภัชราพรรณ ภูเงิน

An oversharing girl against the world