บ้างก็ว่าเป้าหมายและความสำเร็จในชีวิตนั้นถูกตีกรอบและกำหนดเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเราเกิด บ้างก็ว่าเป้าหมายเกิดขึ้นมาตามความต้องการของตัวเอง แต่สุดท้ายความต้องการเหล่านั้นก็อาจจะถูกตีกรอบอีกครั้งภายใต้อะไรบางอย่าง เช่น สภาพแวดล้อม สถานะทางสังคม หรือผู้คนที่ล้อมรอบเรา
แต่ไม่ว่าจะแบบไหน สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ก็ต้อง ‘มีเป้าหมาย’ เพื่อ ‘สร้างความหมาย’ ให้ตัวเองอยู่ดี เพราะถ้ามนุษย์ไร้เป้าหมาย เมื่อนั้น ‘การอยู่’ ก็อาจไร้ความหมายตามไปด้วยเช่นกัน
และบอกได้เลยว่าความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับความ ‘เคว้ง’ นั้นมันอันตรายต่อทั้งร่างกายและจิตใจเหลือเกิน
Ajay Ghale ตัวละครเอกจากเกม Far Cry 4 ย้อนกลับมาบ้านเกิดด้วยเป้าหมายที่อยากจะทำตามคำขอสุดท้ายของแม่ โดยไม่รู้เลยว่าโชคชะตาและภาระอันหนักอึ้งของสายเลือดที่เขามีจะทำให้เป้าหมายทุกอย่างเปลี่ยนไป และไม่รู้เลยว่าท้ายที่สุด สิ่งที่กำลังทำและ ‘ความสำเร็จ’ ที่เขาพยายามไปให้ถึงนั้นคือการทำเพื่อใครกันแน่
เพื่อแม่ เพื่อตัวเขา หรือเพื่อคนที่ไม่รู้จักอะไรกันเลย
.
Father: เรื่องราวของพระบิดาและการมาของราชาไร้ธรรม
Kyrat ประเทศสมมุติในเทือกเขาหิมาลัยคือพื้นที่ที่เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้น ประเทศนี้มีความเชื่อเกี่ยวกับเทพผู้สร้างโลก Banashur และลูกสาว ‘Kyra’ ที่ได้สรรค์สร้างประเทศนี้ขึ้นมา พวกเขาปกครองตัวเองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์กระทั่งการรุกรานของจักรวรรดิอังกฤษที่เข้ามาทำสัญญากับกษัตริย์ของ Kyrat แลกเงินและอาวุธกับกำลังพลของประเทศเพื่อรุกรานอินเดีย และนั่นเองที่ทำให้ประชาชนของประเทศแตกแยกกัน
หลังจากที่ Kyrat ได้รับเอกราชคืน เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นระหว่างกลุ่มนิยมกษัตริย์ (Royalist) และกลุ่มชาตินิยม (Nationalist) โดยหนึ่งในกองกำลังฝ่ายนิยมกษัตริย์ ‘Mohan Ghale’ ทำหน้าที่ในการปกป้องกษัตริย์อย่างสุดความสามารถ แต่ไม่สำเร็จ จนเมื่อสองปีหลังจากเหตุปลงพระชนม์ Mohan ก็ได้พบกับชายที่เขาเชื่อว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะเปลี่ยนประเทศนี้อีกครั้ง
“วันนี้ผมได้เจอกับชายที่ชื่อว่า ‘Pagan Min’ เขามาจากฮ่องกงพร้อมกับญาติห่างๆ
ของกษัตริย์ที่พึ่งสวรรคตไป นอกจากนั้นเขายังพาพวกทหารรับจ้างมาด้วย
เขาเป็นคนพูดจาดีและดูมีความมั่นใจ ถึงจะยังดูเด็กไปหน่อย เรื่องทั้งหมดมันดีเกินจริงไปมาก ราวกับว่าท่าน Kyra ได้ส่งผู้กอบกู้มาให้กับเรา ผู้จะสามารถฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์ของ Kyrat ได้ ด้วยความร่วมมือของกองทัพพวกเรา ฝ่ายตรงข้ามไม่มีทางตอบโต้ได้แน่”
บันทึกของ Mohan Ghale เดือน Baishakh ปี 1987
และมันก็เป็นอย่างที่ Mohan คิด หลังจากพวกเขาต่อสู้กับเหล่าชาตินิยมและยึดปราสาทคืนได้สำเร็จ Pagan กลับสังหารเชื้อพระวงศ์พร้อมกับสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นกษัตริย์แทนเสียอย่างนั้น และสิ่งแรกที่เขาทำก็คือการสั่งให้สังหารกองทัพของกลุ่มนิยมกษัตริย์ให้หมด โชคดีที่ Mohan รอดออกมาได้และเริ่มก่อตั้งกลุ่มปฏิวัติขึ้นมาในชื่อของ ‘Golden Path’
สงครามกลางเมืองดำเนินไปอย่างยืดเยื้อ ทุกสิ่งรอบตัวของ Mohan กดดันเขามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งกำลังพลที่น้อยลงทุกวัน อาวุธปืนที่ไม่สามารถสู้กับฝั่งของ Pagan ได้เลยแม้แต่น้อย รวมถึงการทะเลาะกันระหว่างเขากับภรรยา ‘Ishwari’ ที่บอกว่ากองทัพผู้หญิงก็สามารถไปสู้ร่วมกับแนวหน้าเหมือนกับชายอื่นๆ แต่ Mohan กลับยืนกรานว่าผู้หญิงควรอยู่ในแนวหลังและสนับสนุนมากกว่า ในระหว่างที่สถานการณ์ยังคงดำเนินไป ‘Ajay Ghale’ ก็ได้กำเนิดขึ้น ก่อนที่ในเวลาต่อมา Mohan จะนึกถึงแผนการแปลกๆ ออกมา
“Ishwari ถ้าคุณรักผมจริง คุณคงจะทำตามคำสั่งผมโดยที่ไม่ถามอะไรเกี่ยวกับมัน
มันไม่มีทางอื่นแล้ว Pagan เชื่อใจคุณ หรือไม่ก็อาจจะลึกซึ้งกว่านั้น
จงใช้มันให้เกิดประโยชน์แก่พวกเรา เข้าถึงโครงสร้างและบ่อนทำลายกองทัพมาจากภายใน ส่งข้อมูลทุกอย่างกลับมาหาผม ไม่ว่าจะเป็นตารางเวลา เส้นทางลำเลียง
หรือการติดต่อกับต่างชาติ อะไรก็ได้ แล้วก็เอา Ajay ไปกับคุณด้วย เขาจะช่วยให้เรื่องราวของคุณดูน่าเชื่อถือขึ้น และคุณค่อยกลับมาตอนที่พวกเราชนะแล้วเท่านั้น”
บันทึกของ Mohan Ghale เดือน Chaitra ปี 1988
การเข้าไปแทรกซึมของ Ishwari เหมือนจะทำให้ฝั่ง Golden Path ดูดีขึ้นมาบ้าง แต่หลังจากนั้น Mohan ก็รู้ว่ามีสมาชิกในกองทัพที่ร่วมต่อสู้กันมาอย่างยาวนานได้แอบไปติดต่อกับทางฝั่งของ Pagan มันทำให้เขารู้สึกเหมือนกับถูกทรยศจากคนที่ไว้ใจ จึงสังหารคนเหล่านั้นทั้งหมดพร้อมกับอ้อนวอนให้เทพ Kyra ยกโทษให้กับเขา ไม่นานเขาก็ได้รับข่าวสุดช็อกว่าภรรยาของเขากำลังให้กำเนิดลูกสาวขึ้นมาอีกคน แต่นั่นไม่ใช่ลูกสาวของเขา
“นางแพศยา สิ่งที่แกทำมันยอมรับไม่ได้ แกหักหลังฉัน แกหักหลังทุกคนใน Golden Path ฉันใช้เวลาทุกชั่วโมงในช่วงสามปีที่ผ่านมาเพื่อหยุดการปกครองอันน่าหวาดกลัวของ Min แต่แกทำอะไรบ้างนอกจากแหกขาให้กับมัน ภารกิจมันง่ายนิดเดียว แค่เข้าไปหาข้อมูล ไม่ใช่ให้ไปนอนกับศัตรู ไม่ใช่ให้ไปมีอะไรกับหัวหน้าของมัน
ไม่ใช่ให้กำเนิดลูกสาวของไอ้ราชาจอมปลอมนั่น นังเด็กนั่นชื่ออะไรนะ? ช่างมันเถอะ
ฉันจะไปแก้ไขความผิดพลาดที่แกก่อเดี๋ยวนี้แหละ”
บันทึกของ Mohan Ghale เดือน Ashwin ปี 1990
Mohan ทะเลาะกับ Ishwari อย่างหนักและสังหารลูกสาวของเธอ Ishwari ที่ทนความเสียสติของ Mohan ต่อไปไม่ไหวจึงได้สังหารเขาตามไป และสุดท้ายก็พาครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวออกจากประเทศนี้ไปและทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง………ทุกอย่างที่เธอไม่อยากจะนึกถึง
“Ajay พ่ออยากให้รู้ว่าสิ่งที่ทำทั้งหมดนี่ก็เพื่อลูก
ทุกสิ่งที่พ่อทำก็เพื่อหวังว่าลูกจะได้โตมาในประเทศที่ปลอดภัยและมั่งคั่ง
แต่เป้าหมายนั้นมันต้องใช้การเสียสละอย่างมาก พ่อเสียใจที่ไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาสำคัญของลูก แต่ภาระของผู้นำทำให้พ่อแทบไม่มีพื้นที่สำหรับความรู้สึกหรือสิ่งรบกวนใจอื่นๆ เลย
แม่ของลูกมักจะโกรธเสมอเวลาที่พ่อพูดเกี่ยวกับการฝึกในอนาคตของลูก
แต่ถ้าสงครามนี้มันยืดยาวเกินกว่าช่วงชีวิตของพ่อ ถ้าเป็นแบบนั้น
อนาคตของ Kyrat ต้องขึ้นอยู่กับลูกนะ”
บันทึกของ Mohan Ghale เดือน Poush ปี 1990
.
Son: ลูกชายที่เริ่มจากศูนย์สู่การเป็นผู้กอบกู้ประเทศ Kyrat
“Ajay ลูกรัก แม่มีคำขอสุดท้ายที่อยากจะฝากลูก ช่วยพาแม่กลับไปหา Lakshmana ที”
ตัดกลับมาในปี 2014 ปัจจุบันประเทศ Kyrat กลายเป็นรัฐล้มเหลว ไม่มีการติดต่อกับต่างชาติใดๆ ทั้งสิ้น ค่าเงินในประเทศก็อ่อนตัวจนไร้ค่าในโลกภายนอก สิ่งที่ทำให้ยังคงมีเงินจากภายนอกเข้ามาคือการขายวัตถุโบราณและการเป็นแหล่งจำหน่ายยาเสพติดเพียงเท่านั้น Golden Path ยังคงอยู่ แต่กลับมีผู้นำถึงสองคน นั่นคือ ‘Sabal’ ที่เป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยม และ ‘Amita’ ที่เป็นพวกหัวก้าวหน้า ทั้งคู่ยังคงโต้เถียงกันอยู่ตลอดเวลาถึงเส้นทางที่กลุ่มกบฏควรจะเป็น
Ajay Ghale (ในสำเนียงอเมริกาจะออกเสียงเป็น ‘เอเจ เกล’ แต่ในสำเนียง Kyrat จะออกเสียงว่า ‘อาเจ กาเล’) ลูกชายของ Mohan เดินทางมาที่ประเทศนี้อีกครั้งตามความต้องการของแม่ แม้จะไม่เข้าใจว่า ‘Lakshmana’ ที่แม่หมายถึงคืออะไร แต่เขาเชื่อว่าอย่างน้อยการกลับมาบ้านเกิดจะทำให้รู้อะไรมากขึ้น
มันควรจะเป็นการเดินทางที่ปกติ เดินทางเข้าประเทศแบบถูกต้อง ตามหาสิ่งที่ต้องการ นำอัฐิแม่ไปวางให้เรียบร้อย แล้วก็เดินทางกลับ มันควรจะเป็นแบบนั้น ถ้ารถที่เขานั่งมาไม่มีกลุ่มกบฏเดินทางมาด้วยจนนำไปสู่การต่อสู้ และเพียงไม่กี่นาทีเขาก็ได้พบกับ Pagan Min ที่นั่งเฮลิคอปเตอร์มารับเขาด้วยตัวเอง
Ajay รู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าตัวเองอยู่บนโต๊ะอาหารเดียวกันกับ Pagan เขาจะเอาอัฐิของแม่ไปเชยชมและลิ้มรส (ที่หมายถึงเอานิ้วแตะขึ้นมากินจริงๆ) ก่อนจะถามว่าแม่ได้เล่าอะไรเกี่ยวกับเขาให้ฟังบ้างมั้ย และเขาก็ต้องรู้สึกน้อยใจเพราะเธอไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังเลย ภาพตรงหน้านั้นเป็นการผสมกันที่แปลกมาก ในขณะที่ Pagan กำลังคุยกับเราด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและเอ็นดู ระหว่างนั้นก็เอามีดที่อยู่บนโต๊ะแทงหลังของสมาชิก Golden Path ไปด้วย
ก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นว่าสมาชิกคนนั้นกำลังส่งข้อความขอความช่วยเหลือไปหาคนอื่นๆ Pagan เลยต้องหยุดช่วงเวลาทานอาหารลงและนำตัวสมาชิกไปทรมานเพื่อหาข้อมูลเพิ่มแทน แต่เขาก็ยังไม่ลืมที่จะเป็นห่วงเราพร้อมกับบอกว่า
“อยู่ตรงนี้ กินอาหารให้อร่อย แล้วก็อย่าลุกไปไหน เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมา”
นั่นคือคำพูดสุดท้ายก่อนที่เขาจะเดินลับสายตาไป
เราจะทำตามที่ Pagan บอกแล้วนั่งอยู่เฉยๆ ต่อก็ได้ หรือไม่ก็เริ่มเดินสำรวจอาคารแทน แต่ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน ในระหว่างนั้นก็จะได้ยินเสียงร้องโหยหวนออกมาจากชั้นใต้ดินอยู่เสมอ และถ้าเลือกที่จะเดินลงไป ก็จะพบเข้ากับสมาชิก Golden Path ที่กำลังถูกตรึงและช็อตไฟฟ้าอยู่ พร้อมกับ Pagan ที่กำลังนั่งถามคำถามอยู่ตรงหน้าเครื่องนั่น
ถ้าเราเดินผ่านไปก็จะพบเข้ากับ Sabal หนึ่งในผู้นำของ Golden Path ที่บุกเข้ามาในอาคาร เขาจะรู้จักเราทันทีที่เจอหน้ากัน พร้อมกับบอกให้เรารีบออกไปจากที่นี่ เมื่อถามถึงคนที่กำลังโดนทรมานอยู่ เขาจะบอกว่าเราสำคัญกว่า และเชื่อว่าคนที่โดนทรมานอยู่นั้นจะต้องเข้าใจในการตัดสินใจนี้แน่
พอออกมาจากอาคาร เราต้องฝ่าฟันห่ากระสุนที่พยายามจะหยุดรถที่นั่งอยู่ ต้องเริ่มจับปืนและจัดการคนเหล่านั้นให้หมด และเมื่อทุกอย่างสิ้นสุด Sabal จะพาเราไปยังหมู่บ้าน Banapur หมู่บ้านที่เป็นฐานที่มั่นของกลุ่ม Golden Path และนั่นจะเป็นครั้งแรกที่ได้พบกับ Amita แต่เหมือนเธอจะไม่พอใจเท่าไหร่นักที่ต้องแลกสมาชิกคนสำคัญกับใครก็ไม่รู้ที่ไม่ต่างอะไรกับนักท่องเที่ยว เราจะพยายามยืนยันว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับสงครามเพราะต้องการทำตามคำขอของแม่ให้เสร็จก็เท่านั้น
หลังจากที่ Amita เดินจากไป Sabal จะบอกว่าเขาก็ไม่แน่ใจมากนักว่า Lakshmana ที่เราหมายถึงคือที่ไหน แต่คิดว่าอาจเป็นวัดหรือไม่ก็ศาลเจ้าทางตอนเหนือ แต่เพราะพื้นที่แถบนั้นเต็มไปด้วยกองทัพของ Pagan ตอนนี้เขาจึงอยากให้เราไปพักก่อนและหลังจากนั้นค่อยมาคุยกัน
แม้จุดมุ่งหมายของเราจะเป็นการตามหา Lakshmana และพาแม่ไปที่นั่น แต่สุดท้ายเราก็ต้องถูกเอี่ยวเข้ากับการปฏิวัติของกลุ่ม Golden Path เพราะสายเลือดของ Mohan ที่ติดตัวมาอยู่ดี พัวพันหนักจนถึงขั้นที่สมาชิกของกลุ่มแทบจะเรียกเราว่าเป็น ‘ผู้กอบกู้’ ที่เทพ Kyra ส่งมา แต่แม้เราจะโดดเด่นขนาดไหน ก็ต้องเลือกทำตามความต้องการของผู้นำทั้งสองอยู่ดี
สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในการดำเนินเนื้อเรื่องของเกมนี้คือฉากจบที่เปลี่ยนไปตามผู้นำที่เลือก ระหว่างเกมเราจะมีโอกาสได้เลือกทำตามภารกิจจากทั้งสองผู้นำ ซึ่งมันจะสะท้อนแนวคิดและทิศทางของทั้งคู่ออกมาได้เป็นอย่างดี Sabal ที่เชื่อว่าการฟื้นฟูศาสนาจะทำให้ประเทศกลับมารุ่งเรื่อง ในขณะที่ Amita นั้นเชื่อว่าประเทศจะเดินหน้าต่อไปได้ต้องเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นประเทศอุตสาหกรรม ซึ่งแตกหักกันจนถึงขนาดที่ต้องมีผู้นำคนหนึ่งต้องจากไป
ยิ่งความคาดหวังและภารกิจกับ Golden Path มากเท่าไหร่ เป้าหมายของเรายิ่งเปลี่ยนแปลงไปกระทั่งจำเค้าลางเดิมไม่ได้ จากการตามหา Lakshmana ให้แม่ กลายเป็นการล้มระบบและทำลายล้างกองทัพของ Pagan ให้หมดไปจากประเทศ และไม่ว่าเราจะเลือกเส้นทางของผู้นำคนไหน ฉากสุดท้ายก็จะเป็นการบุกทำลายป้อมปราการและเข้าไปสู่ปราสาทของ Pagan อยู่ดี
เมื่อเราเผชิญหน้ากับ Pagan อีกครั้งเขากลับทำตัวชิลล์กว่าที่คิดเอาไว้ ไม่มีการเตรียมตัวต่อสู้ ไม่มีกองทัพหรือทหารแม้แต่คนเดียว มีเพียงเรากับ Pagan และโต๊ะอาหารที่เหมือนกับฉากแรกสุดที่เจอกัน และเขาจะถามคำถาม ที่ถ้าอะดรีนาลีนเราไม่พลุ่งพล่านจนไม่มีคำพูดอะไรเข้าหู มันคงทำให้รู้สึกสะอึกได้อยู่พอสมควร
“ก่อนที่เราจะเริ่มกัน ตอนนี้ฉันคุยกับใครอยู่นะ………ลูกชายที่กลับบ้านเกิดมาเพื่อโปรยอัฐิของแม่ หรือคนเสียสติที่ทำลายล้างทุกอย่างเพื่อมาถึงที่นี่กันแน่ ถ้าเป็นคนแรก ฉันจะพูดว่านั่งลงก่อน ทำตัวให้มีอารยธรรมและก็มีความสุขกับอาหารตรงหน้า แต่ฉันเคยพูดไปแล้วใช่มั้ยนะ ตอนแรกที่เจอกันเลยไง ‘อยู่ตรงนี้ กินอาหารให้อร่อย แล้วก็อย่าลุกไปไหน’
ซึ่งถ้านายฟังฉันสักนิด รอให้ฉันกลับมา เราก็คงจะได้ไปโปรยอัฐิของแม่นายด้วยกันแล้ว
“เพราะงั้นตอนนี้นายก็คงเป็นอย่างหลังสินะ คนที่ไม่คิดจะฟังอะไรสักอย่างและตัดสินใจไปร่วมมือกับลิงพวกนั้น แล้วก็ทำให้ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด
แต่เอางี้ ฉันจะให้โอกาสอีกสักรอบ ตอนนี้นายมีสองทางเลือก อย่างแรกคือยิงฉันตอนนี้
ซึ่งแม่งน่าเบื่อ หรือไม่ก็นั่งลง กินอาหาร แล้วเราทั้งคู่จะไปโปรยอัฐิของแม่นายด้วยกัน”
เมื่อถึงจุดนี้ เราจะเลือกได้ว่าจะจัดการกับ Pagan หรือไม่ ถ้าเลือกยิงเกมก็จะตัดจบทันที แต่ถ้าไม่ เขาจะเริ่มพูดถึงสิ่งที่เราไม่คิดว่าจะได้ยินจากเขา หรือไม่ก็คงไม่คิดว่าจะได้ยินจากใครเลย
“แล้วนายจัดการใครไปล่ะ Amita เหรอ หรือ Sabal………แต่เอาจริงมันก็ไม่มีผลขนาดนั้น แต่นายรู้มั้ยว่านายกำลังส่งต่อประเทศให้กับผู้นำแบบไหนต่อไปใช่มั้ย………หรือรู้มั้ยเนี่ยว่าประเทศนี้เป็นของนาย มันเป็นของนายตั้งแต่แรกเลยด้วยซ้ำ ตั้งแต่ตอนแรกที่ฉันเอานายออกมาจากรถบัสนั่นก็เพื่อจะส่งต่อประเทศให้ ซึ่งนายเอากลับมาได้นะ เพราะมาครึ่งทางแล้วใช่มั้ยล่ะ เหลืออีกแค่คนเดียวที่ต้องจัดการนี่………แต่จะทำอะไรก็ทำเถอะ อย่างน้อยฉันก็มั่นใจได้ว่านายรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ควรและไม่ควรทำ”
หลังจากทิ้งให้เรางงกับคำพูดของเขา Pagan ก็จะลุกขึ้นพาเราไปยังประตูที่อยู่ด้านหลังพร้อมกับเล่าเรื่องราวโศกนาฏกรรมระหว่างพ่อ แม่ และน้องสาวของเรา ‘Lakshmana’ ก่อนจะปล่อยให้เราอยู่เพียงลำพังกับอัฐิของแม่และน้องสาว จนเมื่อเราเดินออกมาก็จะพบว่า Pagan นั้นขึ้นไปอยู่บนเฮลิคอปเตอร์แบบเดียวกับที่ไปรับเราเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับบอกว่าเอาประเทศ Kyrat ไปเลย ส่วนเขาจะขอแค่เฮลิคอปเตอร์ลำนี้แหละ และเมื่อพูดจบเขาก็บินลับหายไป
ทิ้งไว้เพียงเราที่ประสบความสำเร็จกับเป้าหมายและเหตุผลที่เรามาเยือนที่นี่
.
Holy Spirit: ตัวตนและเจตจำนงที่มีต่อเป้าหมาย
นอกจากความมันของแอคชั่นภายในเกมและความสนุกที่ได้ออกสำรวจภูมิประเทศและชื่นชมความสวยงามในประเทศ Kyrat แล้ว อีกสิ่งที่เกมพยายามนำเสนอควบคู่กันไปอย่างน่าสนใจคือเจตจำนงที่บิดเบี้ยวของผู้นำทั้งสองที่มีความคิดเห็นต่างกันและการทำตามเป้าหมายของ Ajay ที่ต้องเปลี่ยนไปเพราะแรงกดดันจากผู้คนรอบตัว
หากเราเลือกที่จะช่วยเหลือ Sabal ให้ขึ้นเป็นผู้นำ เขาจะจัดการสมาชิกของ Golden Path ที่เคยเข้าข้าง Amita โดยให้เหตุผลว่าเป็นการดูหมิ่นพระเจ้า และจะพยายามฟื้นฟูประเพณีเก่าๆ ให้กลับมาอีกครั้ง นั่นรวมถึงการแต่งตั้ง ‘Bhadra’ เด็กสาวที่เราจะพบตลอดทั้งเกมให้เป็น ‘Tarun Matara’ ตำแหน่งที่เชื่อว่าเป็นร่างสถิตของเทพ Kyra และสิ่งที่เธอต้องทำคือการแต่งงานกับชายที่มีคุณสมบัติเป็นนักรบนั่นก็คือ Sabal (Bhadra อายุเพียง 14 ขณะที่ Sabal อายุ 36) เหมือนกันกับแม่ของเราที่ต้องแต่งงานกับพ่อในฐานะของ Tarun Matara เช่นกัน (แม่อายุ 12 ในขณะที่พ่ออายุ 20)
แน่นอนว่าผู้นำอีกคนอย่าง Amita ไม่พอใจกับประเพณีนี้อย่างมาก เธอเชื่อว่ามันเป็นเพียงประเพณีที่มีขึ้นเพื่อสนองตัณหาของพวกผู้ชายที่ต้องการจะแต่งงานกับเด็กเท่านั้น เธอเลยต้องการล้มล้างประเพณีพวกนี้ทิ้งให้หมดและทำให้ประเทศก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นด้วยการค้าแทน………ซึ่งมันเหมือนจะดี ถ้าการค้าที่ว่าไม่ใช่การค้ายาเสพติดที่หนักกว่าเดิม และไม่รวมถึงการจับเด็กในประเทศให้มาเป็นแรงงานในโรงงานยาเสพติดพวกนั้นอีก
นอกจากเจตจำนงที่บิดเบี้ยวและบ้าอำนาจของทั้งคู่แล้ว อีกเรื่องก็คือ ไม่ว่าจะผู้นำคนไหนก็แสดงออกว่าไม่อยากให้เราเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวหลังจากนี้ด้วย ราวกลับว่าเราเป็นเพียง ‘นักท่องเที่ยว’ ที่ไม่เคยมีส่วนร่วมอะไรด้วยกันเลย
สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะคนไหนก็ไม่ใช่ผู้นำที่ดีสักคน………ไม่ว่าจะเป็น Pagan, Sabal, Amita หรือแม้กระทั่ง Mohan พ่อของเราก็ตาม ทุกคนล้วนเห็นแก่ตัวและต้องการเห็นแต่ความสำเร็จของตัวเองโดยที่ไม่สนใจความเป็นไปของประชาชนคนอื่นๆ
มีแต่เราที่ต้องอยู่กับความสับสนใน ‘ความสำเร็จ’ ที่ตัวเองได้รับ ว่าแท้จริงแล้วมันเป็นความสำเร็จของใครกันแน่ เราแค่ต้องการทำตามความต้องการของแม่ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงต้องมาถือปืนและสังหารคนเป็นกองทัพ ทำไมต้องแบกรับชื่อของพ่อที่ไม่เคยจะจำหน้าได้ และทำไมต้องมาช่วยเหลือผู้นำที่เห็นแก่ตัวสองคนนี้ ที่สุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรกันกับ Pagan หรืออาจจะแย่กว่าด้วยซ้ำ………นี่เราประสบความสำเร็จจริงๆ เหรอ
เกมตอกย้ำเข้าไปอีกกับฉากจบลับที่ถูกซ่อนเอาไว้ นั่นคือ หากในฉากแรกสุดของเรื่องที่ Pagan บอกให้ “อยู่ตรงนี้ กินอาหารให้อร่อย แล้วก็อย่าลุกไปไหน เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมา” หากเราเชื่อในคำพูดของเขา และรออยู่ในอาคารจนเวลาผ่านไปสักพัก Pagan จะกลับมาหาจริงๆ และเขาจะพานั่งเฮลิคอปเตอร์ไปยังจุดสุดท้ายของเกม ให้เราได้ทำตามคำขอของแม่ และทุกอย่างก็จะจบลงโดยที่เราไม่ต้องไปทำอะไรให้มือเปื้อนเลือดแม้แต่น้อย
คำถามคือ แล้วนั่นใช่การประสบความสำเร็จหรือเปล่า ในด้านของเกมแอคชั่นอาจไม่ใช่ แต่ถ้าในทางเนื้อเรื่อง………เราเข้ามาที่นี่เพราะคำขอของแม่นี่นา เราก็ทำเสร็จแล้วนี่ไง หลังจากนี้ก็แค่มีความสุขในฐานะนักท่องเที่ยว หรือไม่ก็เดินทางกลับอเมริกา มันก็แค่นั้นเอง สงครามกลางเมืองมันไม่ใช่เรื่องของเราด้วยซ้ำ………มันเคยเป็นเรื่องของพ่อเรา แต่มันก็แค่ ‘เคย’ นี่
.
ชีวิตของ Ajay อาจเหมือนกับชีวิตของใครหลายคนที่ยังคงต้องเดินหน้าทำตามเป้าหมายต่อไปเรื่อยๆ แบบไม่มีจุดสิ้นสุด ไม่จุดหมายปลายทางที่ชัดเจน
หลายครั้งคำถามที่โผล่ขึ้นมาระหว่างทางก็คือ ‘เป้าหมาย’ เหล่านั้นคือสิ่งที่เราอยากทำให้สำเร็จจริงรึเปล่า พวกเราอยากจะทำสิ่งนั้นจริงๆ ใช่ไหม หรือเราเพียงทำสิ่งนั้นไป เพราะครอบครัวอยากให้ทำ คนรอบตัวอยากให้ทำ กระทั่ง คนแปลกหน้าอยากให้ทำ
เมื่อมีคำถามอันน่าสับสนเช่นนั้น แน่นอนว่าเราอาจจะคิดไม่ออกจนรู้สึกเคว้งกับชีวิต
ผม………ในฐานะคนเล่นเกมและคนที่เขียนบทความชิ้นนี้ก็ยังมีคำถาม และยังตามหาเป้าหมายนั้นไม่พบ
แต่ผมมั่นใจว่าถ้าเราได้ประสบความสำเร็จกับเป้าหมายที่เป็น ‘ของเรา’ จริงๆ ไม่ใช่ของครอบครัว คนรอบตัว หรือคนแปลกหน้า
คงจะรู้สึกดีกว่าการประความสำเร็จตามเป้าหมายที่คนอื่นบอกให้ทำแน่
“อาเจ นายรู้ใช่มั้ยว่าโกศที่ถืออยู่นั่นกำลังแสดงสิ่งที่เป็นอาเจคนเก่าอยู่………
อาเจคนก่อนที่จะเข้ามายัง Kyrat เมื่อนายโปรยทุกอย่างทิ้งหมดแล้ว
พันธะทั้งหมดที่ผูกชีวิตในอดีตของนายก็จะหายไปหมดแล้ว
หลังจากนั้นจะเป็นยังไง นายจะเป็นใคร”
(FYI แบบทิ้งท้าย : Far cry 4 ใช้เพลง Should I Stay or Should I Go ของวง The Clash
ในช่วง Intro ของเกมก่อนจะเข้าไปในอาคารของ Pagan และหลังจากที่เราวางโกศของแม่เรียบร้อยเหมือนเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนเรามาตั้งแต่แรกแล้วว่า “เราควรจะอยู่หรือควรจะไปกันแน่”)
Writer & Graphic Designer

นักศึกษาที่เลื่อนสถานะมาเป็นคนว่างงาน
ชอบเล่นเกมและอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ
