เรื่อง : ภัชราพรรณ ภูเงิน และ วรัชยา สุริยะพันธุ์
ภาพ : ภัชราพรรณ ภูเงิน
ความตายคืออะไร? คำถามสั้นๆ ที่เหมือนจะตอบได้ง่าย แต่กลับทำให้หลายคนต้องชะงักและใช้เวลาใคร่ครวญอยู่ครู่ใหญ่เมื่อถูกถาม
หรือเพราะแท้จริงแล้ว ‘ความตาย’ อาจไม่ใช่เพียงการสิ้นสุดลมหายใจ ไม่ใช่เพียงเรื่องชีววิทยา แต่เป็นอะไรที่…มีความหมายลึกซึ้งมากกว่านั้น
Awake1525 ชวนคนรุ่นใหม่ในวัย 15-25 ปี มาเปิดบทสนทนาสั้นๆ ที่หนักอึ้งแต่เต็มไปด้วยความจริงและข้อคิด เพื่อสำรวจความหมายที่หลากหลายของความตาย ความปรารถนาในวาระสุดท้ายก่อนตาย สิ่งที่พวกเขาอยากทิ้งไว้ให้ผู้ที่ยังอยู่จดจำ รวมถึงเหตุการณ์อันตราตรึงซึ่งทำให้พวกเขารู้จักสถานะในชีวิตที่น่าพิศวงนี้มากขึ้น
.
ป่าน / 16 / นักเรียน
ความตายคือการที่ชีวิตดับลง อาจจะไปเริ่มต้นใหม่หรือหยุดอยู่ที่ตรงนั้น
ถามว่ากลัวความตายไหม หนูพึ่งจะ 16 เอง เอาตรงๆ ก็กลัว เพราะว่าอายุยังน้อยอยู่เลย หนูยังมีแพสชั่นที่ยังอยากทำอะไรอีกหลายอย่าง
ในอายุเท่านี้ สิ่งที่จะนำไปสู่ความตายใกล้ตัวหนูที่สุดคงจะเป็นอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่ถ้าเลือกวิธีการตายได้ อยากจะทำอะไรสำเร็จแล้วก็หายไปเงียบๆ จากไปแบบสงบและไม่เจ็บ
สิ่งสุดท้ายที่อยากทำคือการบริจาคของของตัวเองเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะมากที่สุด อย่างเช่น หนูเป็นคนที่ชอบหมาแมว ก็อาจจะบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลสัตว์ หรือบริจาคอาหารสัตว์
ถ้ามีสิ่งที่อยากถูกจดจำ หนูรับเลี้ยงหมามาตัวหนึ่ง เป็นหมาจร ถ้ามันโตขึ้น แล้วหนูเสียไป หนูอยากให้คนจดจำว่าหนูเคยรับเลี้ยงหมาตัวนี้ และมันคอยปกป้องอันตรายให้กับคนในบ้านในวันที่หนูไม่อยู่แล้วได้
สำหรับเหตุการณ์เฉียดตาย ตอนหนูยังเด็ก ประมาณประถมต้นเลย หนูปั่นจักรยานเล่นอยู่แถวบ้าน ที่เป็นสี่แยก จังหวะจะปั่นข้ามไปหาเพื่อนที่อีกฝั่งของถนน ด้วยความเป็นเด็กเลยไม่ได้มองให้ดี มันมีรถขับมาเฉียดหนูไปนิดเดียวเลย ตอนนั้นจำฝังใจมากและจำมาจนถึงปัจจุบันเลยว่า ถ้าออกมาจากซอยต้องดูรถดีๆ
.
วีต้า / 17 / นักเรียน
ความตายคือการที่ร่างกายไม่ทำงานแล้ว ประสาทสัมผัสไม่รับรู้แล้ว ทุกอย่างจบไปเลย
ถามว่ากลัวความตายไหม สำหรับหนู ถ้ารู้ล่วงหน้าก็จะกลัว เพราะรู้สึกว่ายังใช้ชีวิตได้ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่เลย
ในช่วงสุดท้ายของชีวิต อยากใช้เวลากับครอบครัวเยอะๆ ไปเที่ยวด้วยกันในที่ที่เราเคยแพลนไว้ และถ้าเลือกได้ อยากตายแบบไม่เจ็บปวด ไม่ใช่อุบัติเหตุ หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ suffer (ทรมาน)
ถามว่าถ้าตายไปแล้วอยากถูกจดจำแบบไหน หนูไม่อยากให้เขานึกถึงเราเท่าไหร่เลย อยากให้เขา move on ได้เร็วๆ และใช้ชีวิตต่อไปมากกว่า
.
ขอน / 18 / นักศึกษา
ผมมองความตายเป็นเพียงสถานะหนึ่งของชีวิต ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป มันก็แค่สถานะหนึ่งของทุกสรรพสิ่ง ไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิต
ความกลัวตายเป็นธรรมชาติของทุกสิ่งมีชีวิต ถ้าไม่กลัวตายเลยก็ผิดจากธรรมชาติเกินไป เพราะฉะนั้นผมเลยกลัวความตาย เพราะมันเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว หรือไม่ก็ยังกลัวอยู่เพราะยังใช้ชีวิตไม่คุ้ม ยังอยู่ไม่นานพอเลย
ถ้าตอนนี้เป็นยุคกลาง ผมคงอยากตายในสนามรบ เพราะมันดูเป็นการตายที่ทำตามความปรารถนาของตัวเองดีในแง่ของการเลือกไปเป็นนักรบ แต่ในยุคนี้ผมคงอยากตายด้วยโรคชรา ผมอยากรู้ว่าการแก่ตายมันเป็นยังไง ถ้าถึงเวลานั้นผมก็อยากให้อวัยวะหยุดทำงานแล้วก็หลับไปโดยไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย
มีคำกล่าวภาษาละตินที่ผมชอบมากคือ ‘Memento Mori’ แปลว่า จงระลึกถึงความตายและตระหนักว่าความตายกำลังเดินทางมาหาเรา มันไม่ได้หมายความว่าให้เราปลงในชีวิตหรือกลัวความตาย แต่มันต้องการให้เราใช้ชีวิตในปัจจุบันและตักตวงความสุขในสิ่งธรรมดาๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันเอาไว้ ดังนั้นถ้าจะตายผมคงทำอะไรธรรมดาที่มีความสุข พอถึงจังหวะสุดท้ายคงเลือกไปนอนตายที่ชายหาดข้างๆ คนที่ไว้ใจ ให้เขาฮัมเพลงให้ฟัง
หลังจากตายไป ผมก็ไม่อยากถูกจดจำในฐานะผู้ยิ่งใหญ่อะไร ผมขอแค่ถูกจดจำภายในกลุ่มเล็กๆ หรือในตระกูลผมสัก 2-3 รุ่นก็พอ แล้วก็ในฐานะคนชอบเล่นมุกแป้กด้วย
.
ต้น / 21 / นักศึกษา
สำหรับผมแล้ว ความตายมันคือการหยุดจากทุกอย่าง หยุดจากกิจวัตรที่เราทำอยู่ทุกวัน เหมือน Shutdown ดึงปลั๊กหรืออะไรสักอย่าง
ผมไม่กลัวความตายเพราะเป็นคนถือคติอยู่แล้วว่าให้ใช้ชีวิตวันนี้เหมือนเป็นวันสุดท้าย เพราะฉะนั้นมันจะคุ้มค่าในทุกวันอยู่แล้ว ส่วนด้านพฤติกรรม คือชอบทำอะไรใกล้ความตายอยู่แล้ว เช่น การเดินป่า ถ้ามีโอกาสได้ทำ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีความสุขที่ได้ตายนะ แค่เราทำทุกวันให้มันคุ้มค่าถ้าเราต้องตาย
อยากตายแบบไม่ทรมานทั้งร่างกายและใจเลย ไม่ได้ถึงกับไหลตายนะ เพราะยังรู้สึกว่ากะทันหันไป แต่ถ้ารู้สึกว่าในช่วงชีวิตหนึ่งที่เราแก่ ร่างกายหลายๆ ส่วนเริ่มไม่ดีแล้วยังหนังเหนียวไม่ตายสักที ก็อาจจะไปสักประเทศที่ขายแคปซูลการุณยฆาต มาเปิดวิวสวยๆ ให้ดูระหว่างที่มันฆ่าเราแบบไม่ทรมาน หรือไม่ก็ให้ใครสักคนหาหมอนมาอุดหน้าตอนนอนอยู่บนดอยสักที่หนึ่งในประเทศไทยก็ได้
ถ้ารู้ตัวว่าต้องตาย คงทำอะไรที่ทำให้แฮปปี้มากๆ หรือทำอะไรที่ไม่เคยทำ ไม่ถึงกับต้องไปปีนภูเขาเอเวอร์เรสต์แต่อาจเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ไม่คิดว่าจะทำได้ภายในหนึ่งอาทิตย์
ถ้าตายไปแล้วก็อยากให้คนในครอบครัวจำได้ก็พอ เพราะไม่ได้จริงจังกับความรู้สึกของคนนอก อย่างมากก็แค่ “โอ้ ไอ้ต้นบ้านนี้น่ะเหรอ มันเก่งดีนะ” แต่ถ้าเป็นคนในครอบครัวก็อยากถูกมองว่าเป็นคนที่อบอุ่นคนหนึ่ง หรือมุมบวกอื่นๆ ล่ะมั้ง
ที่หวิดตายล่าสุดก็ตอนที่ปีนเขาไปทำสารคดีที่เบตง มันทั้งฝนตก ขึ้นเขาชัน แถมแบกอุปกรณ์กล้องนู่นนี่ มันก็เสี่ยงมาก เราจะโดนมอสกับต้นไม้ลื่นๆ ฆ่าหลายรอบละ ถามว่าทำให้รู้สึกกับความตายยังไง ก็จะตอบว่า “You only live once” เพราะมันคือประสบการณ์ที่หาไม่ได้อีก หรือถ้ามันจะเกิดอุบัติเหตุจริง ก็คงมีเรื่องตลกๆ กลับมาเล่าว่า “โห ไอเXย กูตกเขาเพราะรองเท้ากูแม่งโง่ว่ะ” (หัวเราะ)
.
ปอเปี๊ยะ / 22 / นักศึกษา
ความตาย คือ สิ่งที่ทำให้บางสิ่งในชีวิตของเราหายไป เช่น การตายของคนที่รัก หรือการที่คนที่เคยรักตายไปจากใจ คิดว่าสุดท้ายสิ่งเหล่านี้มันสื่อถึงการจากออกไป
เราไม่กลัวความตาย เพราะเหนื่อยแล้ว แต่เอาเข้าจริงก็คิดว่าถ้าตายตอนนี้คงเสียดายแย่ เพราะยังไม่ได้ทำอะไรอีกเยอะเเยะเลย ดังนั้นขอตอบว่ากลัวก่อนดีกว่า แต่ถ้าถึงจุดหนึ่งที่ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล อะไรที่เคยอยากทำก็ได้ทำแล้ว คงไม่เสียดายถ้าจะต้องตาย
ถ้าเลือกได้อยากตายแบบมีคนที่เรารักอยู่รอบข้าง เพราะอยากอยู่กับครอบครัวและคนที่เรารักในช่วงสุดท้ายของชีวิต ถ้าได้พูดคุยกันเพื่อบอกลา และได้ทำในสิ่งที่อยากทำด้วยกันก่อนจะจากกันไปตลอดกาลก็คงจะดี
หลังจากตายไปแล้วอยากถูกจดจำว่าคนนี้เก่งอะ สร้างประโยชน์ได้เยอะเลย อยากเป็น someone ของใครบางคน ที่จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เขาได้
ส่วนเหตุการณ์ที่ทำให้ได้ใกล้ชิดกับความตาย การเกิดเป็นคนไทยทำให้รู้สึกว่าแค่เดินข้ามถนนก็ทำให้ได้ใกล้ชิดกับความตายแล้ว…แต่ถ้าให้ตอบจริงจัง ช่วงที่ผ่านมางานรุมล้อมมาก ผสมกับอะไรหลายอย่างที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง เรารู้สึกว่าอยากโดดตึกลงไปจากชั้น 11 มันคงโล่งน่าดู มีความคิดว่าถ้าโลกหลังความตายมันถูกกำหนดด้วยจิตสุดท้าย เเล้วถ้าเราตายแบบยินดีล่ะ เราโดดเพราะรู้สึกว่ามันคงดูสนุกและหวาดเสียวดี จะเป็นยังไงนะ ท้องฟ้าก็สวย ลมก็โกรก อยากลองโดดจัง
พอได้ลองเปลี่ยนมุมมองของตนเอง ก็เริ่มคิดว่าเข้าใจคนที่เขาฆ่าตัวตายมากขึ้นนะ แต่อาจจะไม่ได้เข้าใจจริงก็ได้ ไม่มั่นใจ แต่แค่สงสัยว่าถ้าเราฆ่าตัวตายแบบยินดีล่ะ ถ้าจิตสุดท้ายของเรามันเป็นสุขจากความต้องการที่จะฆ่าตัวตาย มันจะยังนำพาเราไปสู่ภูมิภพที่ดีไหม
.
กราฟฟิก / 23 / นักศึกษา
ความตายมันคือจุดจบครับ เหมือนเราเล่นเกมจบรันหนึ่งแล้วอาจจะมีเริ่มเล่นใหม่หรือเปล่า ตรงนี้ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
ผมกลัวความตายครับ แต่มันจะซับซ้อนนิดหนึ่ง คือผมกลัวตายแต่ผมไม่ได้กลัวความตาย ผมกลัวตายเพราะผมยังไม่ได้ทำอะไรหลายๆ อย่างให้คุ้มค่า แต่ถ้าได้ทำจนหมดแล้วจะตายก็ไม่ได้กลัวอะไร
ถ้าเลือกวิธีการตายได้ ผมอยากตายแบบทันทีทันใด เพราะไม่อยากมีจังหวะที่นอนป่วยบนเตียงโดยมีคนรายล้อมแล้วค่อยๆ ตายอย่างทรมาน รู้สึกว่ามันเสียสุขภาพจิตคนรอบข้างเกินไป หรือถ้าต้องป่วยหนักจริงๆ ก็อาจจะบอกหมอว่า “เฮ้ยหมอ ผมป่วยเกินไปแล้ว ไม่อยากทรมานว่ะ”
ก่อนตายผมอยากทำอะไรเสี่ยงๆ ที่คิดว่าตัวเองอยากทำทุกอย่าง อาจจะกลายเป็น Walter White (ตัวละครเอกจากเรื่อง Breaking Bad ซึ่งเป็นพ่อค้ายา) หรือไปปล้นธนาคารอะไรอย่างงี้ หลักๆ คืออยากตายแบบยิ่งใหญ่และเป็นที่จดจำ
ผมอยากถูกจดจำในฐานะผู้ยิ่งใหญ่ที่เด็กรุ่นหลังต้องมาเรียนอัตชีวประวัติผม โดนเขียนเป็นพงศาวดาร หรือให้ครูประวัติศาสตร์ต้องสอนหนังสือเกี่ยวกับผม ถ้าเลือกได้ผมอยากเป็นตัวแทนสายเขียวแทนบ็อบ มาร์เลย์เลย
ประสบการณ์ใกล้ความตายเป็นของเพื่อนของผมในกลุ่มที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพื่อนคนนั้นมันใช้เคตามีนเกินขนาดแล้วมันพยายามจะกัดลิ้นตัวเอง ก็เลยต้องเอาอะไรมาให้มันกัดแทน ตอนนั้นก็รู้เลยว่าชีวิตคนเรามันเปราะบางและสามารถตายได้ตลอดเวลา เลยถือคติใช้ชีวิตแบบไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง แต่วันนี้ขอใช้ชีวิตให้เต็มที่ก่อนแล้วกัน
.
ตาล / 23 / พนักงานกองทุนผู้สูงอายุ
ในความคิดส่วนตัวคิดว่าความตายคือสัจธรรมและธรรมชาติของชีวิตมนุษย์ที่ทุกคนที่มีโอกาสได้เกิดมาต้องเจอไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่สามารถห้ามไม่ให้เกิดได้
ถ้าถามว่ากลัวความตายหรือเปล่า คงตอบได้หลายมุม มุมแรก ถ้าคนที่เรารักยังมีชีวิตอยู่ ก็คงตอบว่ากลัวความตาย แต่ในที่นี้หมายถึงกลัวตัวเองตาย เรากลัวว่าถ้าวันหนึ่งเราตายก่อนคนที่เรารัก เราคงยังไม่หมดห่วง คิดว่าจะยังคงกังวลและคิดถึงคนข้างหลังที่ยังมีชีวิตอยู่
มุมต่อมา คิดว่าถ้าวันที่เราไม่เหลือคนที่รักในชีวิตแล้ว เราคงไม่กลัวความตาย เพราะตอนนี้ที่กำลังใช้ชีวิตอยู่ เราก็คิดถึงแต่เรื่องความตาย ถึงมันจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็คิดว่า ‘ความตายเป็นเรื่องธรรมดา’
ถ้ามีโอกาสเลือกวิธีการตายได้ อยากนอนหลับแล้วหมดอายุไขไปเลย รู้สึกว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด เหมือนตอนที่มีชีวิต ที่เรารู้สึกว่าการนอนทำให้เรามีความสุข มีพลังพร้อมใช้ชีวิตในวันต่อไป ถ้าได้นอนหลับแล้วหมดอายุไขไปเลยคงจะไม่เหนื่อย ไม่ทรมาน
เราอยากใช้เวลาช่วงสุดท้ายไปกับการท่องเที่ยวเท่าที่ร่างกายในช่วงนั้นจะไหว เพราะเรารู้สึกว่าโลกใบนี้ยังมีอะไรที่แปลกใหม่รอให้เราลองไปสัมผัสอยู่
ถามว่าอยากถูกจดจำยังไง ก็คงพูดได้ยาก เพราะตอนนี้เรายังคงเป็นแค่คนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่ใช้ชีวิตของตัวเองให้แต่ละวันผ่านพ้นไปได้อย่างมีความสุข เราคงอยากให้คนจดจำว่าเราเป็นพลังบวก เป็นคนที่คอยสร้างเสียงหัวเราะให้คนรอบตัว เป็นพลังงานที่ดีในเวลาที่คนรอบตัวมีความทุกข์ หรือถ้าในอนาคต เราสามารถเป็นคนตัวเล็กพัฒนาสังคมได้ เราก็คงอยากให้คนจดจำในมุมมองด้านการพัฒนาสังคมชีวิตมนุษย์ เหมือนกับการที่เราเลือกสายการเรียนและงานที่เราทำ
ถ้าเป็นเหตุการณ์ที่ใกล้ชิดความตายตรงๆ เลย คงคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่นั่งรถมอเตอร์ไซค์ที่เรียกผ่านแอพพลิเคชั่น คนขับขับรถเร็ว แซงไปมา จนไปเจอรถพยาบาลที่กำลังสวนทางมา วินาทีนั้นเรารู้สึกได้เลยว่าความตายอยู่ใกล้ตัวมากๆ วินาทีนั้นเราคิดถึงครอบครัวทันที อย่างที่บอกไปในคำถามที่ผ่านมา ว่าถ้าคนที่เรารักยังอยู่ เราคงตายแบบมีห่วง แต่โชคยังดี ที่คนขับมอเตอร์ไซค์และรถพยาบาลหยุดทัน ไม่งั้นเราคงไม่มีโอกาสได้มาตอบคำถามข้อนี้ ในตอนนั้นเรามีความคิดผุดมาในหัวด้วย สไตล์ความเชื่อที่เป็นคนพุทธว่า ขอบคุณบุญที่เราได้ทำมา ที่ช่วยให้เรารอดพ้นความตายในครั้งนี้
.
เติ้ล / 24 / นักกายภาพบำบัด
ความตายคืออะไร จริงๆ จะว่าเป็นคำถามที่ตอบได้ยากก็ได้ จะว่าง่ายก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเชื่อหรือหลักศาสนาที่ผู้ถูกถามยึดมั่นเชื่อมั่น แต่ในส่วนตัวผมแล้ว ความตายก็ตรงตัว คือการตาย ไม่มีสัญญาณชีพ ไม่มีความรู้สึก
ถ้าถามว่ากลัวความตายหรือเปล่ามันก็ตอบได้ยากและง่ายเหมือนกัน เพราะการกลัวความตายถือเป็นสัญชาตญาณพื้นฐานของสัตว์ รวมถึงมนุษย์เองด้วย ถ้าให้ตอบง่ายๆ ก็คงจะกลัว แต่ถ้าถามให้ลึกถึงสาเหตุที่กลัว ก็คงจะเป็น ‘การกลัวเพราะยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง’ เช่น กลัวตายเพราะยังไม่รู้ตอนจบของการ์ตูนเรื่องนี้ กลัวตายเพราะยังไม่ได้ไปเที่ยวที่นี้ ซึ่งหากคนเรามีสิ่งที่อยากทำ หรือมีสิ่งที่ยังห่วงอยู่ ก็พอพูดได้ว่ากลัวตาย แต่หากไร้ซึ่งจุดหมายของการใช้ชีวิต ใครเล่าจะกลัวตาย และถ้าเลือกการตายได้ก็คงจะขอตายแบบสงบๆ ไม่เจ็บไม่ป่วย
ช่วงสุดท้ายของชีวิตอยากทำอะไร สำหรับผมเป็นคำถามที่ตอบได้ยาก ชีวิตช่วงสุดท้ายมันก็แบ่งได้หลายแบบ ถ้าอยู่คนเดียวก็คงจะอ่านหนังสือหรือดูการ์ตูน ฟังเพลงที่ชอบ ถ้าอยู่กับใครสักคนที่เรารักก็คงจะหากิจกรรมอะไรทำสักอย่างที่สร้างความสุขและความทรงจำดีๆ ให้ได้มากที่สุด
ส่วนการถูกจดจำหลังจากการตายก็คงอยากให้คนที่ใจดีกับเรา รู้สึกดีกับเราเวลาที่นึกถึง อย่างน้อยก็รู้สึกดีที่ได้รู้จักกัน
ประสบการณ์ใกล้ชิดกับความตายที่สุดของผมก็คงจะเป็นตอนที่ แอดมิตโรงพยาบาลครั้งแรก มีอาการขาสองข้างอ่อนแรงไม่สามารถเดินได้เอง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หายใจหอบเหนื่อย การเปลี่ยนมุมมองก็คงจะเป็นเรื่องของการเจ็บไข้ได้ป่วยที่มันไม่ได้ไกลตัว และมันก็ไม่ได้ หนักหนามากเท่าไหร่ หากดูแลสุขภาพตัวเองได้ดีจริงๆ
.
ต้นข้าว / 24 / Content Writer
ถ้าถามว่าความตายคืออะไร เอาแบบง่ายๆ คำตอบก็คือสิ่งที่ตรงข้ามกับการมีชีวิตละมั้ง มันเป็นสิ่งที่มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ กับใครก็ได้
กลัวความตายหรือไม่มันมีหลายอย่าง ตอนนี้กลัวเพราะยังมีหลายอย่างในชีวิตที่ยังทำไม่สำเร็จ มีหลายๆ อย่างที่อยากทำ เลยยังยึดติดกับการมีชีวิตอยู่ และไม่ใช่แค่กลัวความตายของเรา เรากลัวว่าคนรอบข้างเราจะตายตามไปด้วย มันเลยเป็นสิ่งที่ค่อนข้างน่ากลัวแม้จะรู้ว่ามันต้องตายอยู่แล้ว
เราอยากตายแบบได้ร่ำลาคนที่เรารู้จักทั้งหมด ส่งข้อความไปหาประมาณว่า “เฮ้ยเพื่อน กูน่าจะใกล้ตายแล้วว่ะ สักอาทิตย์กูน่าจะไม่รอดแล้ว” แล้วค่อยๆ หลับตาไปแบบไม่ทรมาน
เอาจริงๆ มั้ย ผมแค่อยากตายตอนดูพระอาทิตย์ตก อยากอยู่คนเดียวหลังจากสั่งลาทุกคนไว้แล้ว หรือมีใครสักคนมาจับมือแล้วบอกให้เราไปสบายแบบไม่ยื้อ เพราะถ้าเราใกล้ตายแล้ว เราก็ไม่อยากให้ใครมานั่งร้องไห้ข้างๆ อยากให้ภาพสุดท้ายมันเป็นแค่พระอาทิตย์ที่กำลังตกดินหรือม่านที่มันกำลังปิด
ถ้าเราตายไปแล้วเราอยากถูกจดจำในคนหมู่น้อยสัก 10-20 คนก็ได้ ให้คนจำแต่เรื่องดีๆ ตลกๆ หรือคนที่อยากจะทำให้โลกใบนี้มันเป็นโลกทีดีขึ้น หรือว่าเราพยายามที่จะทำให้มันเป็นโลกที่ดีขึ้นผ่านงานของเรา
มีเหตุการณ์เฉียดตายอยู่ ต้องเล่าก่อนว่าเราอยู่คอนโดชั้น 6 แล้วเราจะนอนอยู่ริมหน้าต่าง วันนั้นเรากำลังจะปูที่นอนแต่เราเสียหลักล้มไปทางหน้าต่างอ่ะ แต่วันนั้นปิดกระจกไว้พอดีเพราะเปิดแอร์ ซึ่งปกติไม่ทำ คือถ้าวันนั้นเราเปิดหน้าต่างและมีแค่มุ้งลวด เราอาจตกลงไปตายแล้วก็ได้ พอย้อนกลับไปคิดก็รู้สึกว่า “เฮ้ย เราเกือบตายเลยนะเว้ย” นึกแล้วยังขนลุกอยู่ มันทำให้เรารู้ว่าเส้นกั้นบางๆ ระหว่างความเป็นตายคืออะไร ชีวิตก็มีค่าขึ้นมาทันที
.
อิม / 25 / นักศึกษา
สำหรับเราความตายคือความว่างเปล่า ไม่ต้องคิด ไม่ต้องกังวลอะไร แค่หายไปเฉยๆ
เรากลัวความตาย เพราะว่ายังไม่เคยผ่านมันมาก่อน ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว หลังจากตายไปจะเป็นอย่างที่คิดไหม
ถ้าเลือกวิธีการตายได้ เราอยากหลับไปแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย ก่อนตายอยากไปอยู่ในที่สงบๆ ลมพัดเย็นสบาย นอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ บอกลาคนที่รักก่อนจากไป และอยากถูกจดจำว่าเป็นคนที่ทำให้คนรอบข้างมีความสุข ยิ้มได้ หัวเราะได้
เราเคยมีเหตุการณ์ที่ทำให้ใกล้ชิดกับความตาย 2 ครั้ง แต่ก็ยังทำให้รู้สึกกับความตายเหมือนเดิม ความตายน่ากลัวก็จริง แต่ก็รู้สึกว่ามันจะทำให้เราไม่ต้องเจออะไรที่ไม่ดีในอนาคตอีก เราจะเหลือเพียงความว่างเปล่า เป็นความสงบโดยแท้จริง
.
มอส / 25 / นักศึกษา
ความตายคือเรื่องธรรมชาติ เป็นจุดที่เราจะหยุดสมองของเรา หยุดความเป็นเรา หยุดสติ ความนึกคิด แต่เราน่าจะเคยเห็นคนเปรียบเทียบสิ่งต่างๆ โดยการเอาคำว่าความตาย การตาย หรือตาย ไปประกอบ เช่น ประโยคที่มีคนพูดว่า เราจะตายจริงๆ ตอนที่ไม่มีใครจำเราได้อีกแล้ว
เราเลยคิดว่าความตายมีความหมายเชิงรูปธรรมอยู่ แต่ชีวิตเราคงมีสิ่งที่ตายจากเราไปอยู่หลายครั้ง ตัวตน ความสุข ความหวัง
เราไม่ได้กลัวความตาย ไม่ได้กลัวความมืดมิด ไม่ได้กลัวความเงียบเหงา ในจังหวะที่อยากตายมากๆ ความสุขที่เคยมีในชีวิตมาฉุดรั้งไม่ได้เลย จุดที่อยากตาย ไม่เคยเสียดายอะไรเลย แต่กลัวเจ็บนะ
ถ้าเลือกได้ อยากตายแบบค่อยๆ หลับไป เราชอบขอพรให้นอนแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย ขอไปเป็นสิบๆ ครั้ง ขอจริงจากใจและในช่วงสุดท้าย เราอยากอยู่กับแม่ กับพี่สาว กับยาย กับแมว อยากเขียนหนังสือก่อนตาย และตอนนี้กำลังเขียนอยู่
เราอยากถูกจดจำในฐานะคนไข้ อยากให้มีคนมาศึกษาว่าทำไมป่วย ทำไมอาการแย่ อยากให้มีคนที่อาการคล้ายกันได้เจอหมอที่ผ่านเคสเรามา
เราเคยเกือบถูกรถชน แต่ตอนนั้นยังเด็ก นอกนั้นมีแค่ความคิดอันตราย มีการวางแผน แต่ไม่เคยเกือบตาย เคยวิ่งหนีลงจากตึกที่กำลังสั่นแกว่งจากชั้น 16 ตอนแผ่นดินไหว ตอนนั้นคิดว่าจะตายจริงๆ มันกลัวเจ็บมากกว่ากลัวตาย กลัวโดนทับแล้วยังรอดแบบทรมานแล้วตายช้าๆ
ทุกครั้งที่เจอความอันตราย แม้เล็กน้อย มันต่างกันหมดเลย ช่วงอาการแย่ๆ เคยมีจุดที่คอนโดเปิดทดสอบสัญญาณเตือนภัย แทนที่เราจะตกใจ กลับรู้สึกปล่อยวางอย่างน่าแปลกเลย
