เรื่อง : ธนะชัย สุนทรเวช
ภาพ : สุชานันท์ สหวงศ์เจริญ
“ช่วยรับเด็กคนนี้เข้าฝึกงานได้ไหมคะ น้องอายุจะเต็ม 23 ปีแล้ว แต่ไม่อยากให้น้องกลับบ้านตอนนี้” ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมเยาวชนแห่งหนึ่งติดต่อผมมา
ตามระเบียบของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เด็กและเยาวชนที่กระทำผิดระหว่างอายุ 12 – 18 ปี จะรับโทษในสถานพินิจหรือศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน ถ้าเด็กและเยาวชนยังไม่สามารถกลับสู่ที่พักอาศัยได้ ทางศูนย์ฝึกฯ จะให้อยู่ต่อได้จนถึงอายุ 24 ปี และจะมีการติดตามต่ออีก 1 ปี
“ผมยังตัดสินใจไม่ได้ทันที ต้องให้ทีมสัมภาษณ์เด็กก่อน เด็กคนนี้เคยกระทำผิดซ้ำกี่ครั้ง” ผมสอบถาม
“ตอบตามข้อเท็จจริง น้องเคยมีคดีเป็น 10 คดีค่ะ มาอยู่สถานพินิจตั้งแต่อายุ 12 ปี เรียกว่าโตในสถานพินิจ ออกไปก็กลับเข้ามาใหม่ แต่รับรองว่ารอบนี้น้องพัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้าน ไม่อยากให้กลับไปที่เดิม เพราะกลัวว่าเขาจะกลับลงไปที่จุดเดิม และน้องอายุใกล้จะ 24 ปีแล้ว อยากให้น้องมีทางไปที่ดี น้องเพิ่งถูกปฏิเสธมาจากอีกโครงการหนึ่ง เพราะน้องมีรอยสัก แต่น้องมีทักษะและความชอบด้านอาหารนะคะ อยากให้ช่วยพิจารณารับฝึกงานด้วยค่ะ” ผอ.ศูนย์ฝึกฯ ให้ความเชื่อมั่นต่อเยาวชนคนนี้
“โครงการตั้งต้นดีไม่ติดเรื่องรอยสัก แต่ผมอยากดูนิสัยใจคอและความตั้งใจจริง อย่างไรก็ตาม ผมไม่แน่ใจที่จะรับนะครับ เพราะทีมงานของผมยังขยาดเด็กที่กระทำผิดซ้ำ ช่วงต้นปีเราเคยรับเด็กกระทำผิดซ้ำ 3 รอบ มาคนหนึ่ง วันแรกเขาทำงานดีมาก พูดจาดี แต่พออีกวันได้รับค่าจ้างแล้ว เขามาสาย และเปลี่ยนเป็นคนละคน ผมขอให้มีการตรวจสาร พบว่าเด็กเอาเงินค่าจ้างที่ได้ไปเสพยา ผมให้เขาหยุดพักจนกว่าสารจะหาย แต่พอวันที่จะเริ่มงานใหม่ เขาหนีไปทำงานที่กัมพูชา ช่วงนั้นทีมงานเซ็งกันมาก ไม่อยากรับเด็กเข้ามาฝึกงานอีก” ผมบอกเหตุผล
.
“สวัสดีครับ ผมชื่อ กล้า ผมอยากมาฝึกงานที่นี่ ผมชอบทำอาหารครับ” ถึงวันนัดสัมภาษณ์ เยาวชนจากศูนย์ฝึกอบรมเข้ามาแนะนำตัว
ทีมงานสอบถามว่า “กล้าทำอะไรเป็นบ้าง เมนูไหนชอบทำมากที่สุด”
“ผมทำได้หมดครับ แต่ถ้าชอบที่สุด ผมชอบทำผัดกะเพราครับ” กล้าตอบ
“อย่างนั้นขอกะเพราหมูไข่ดาว ขอไข่ดาวขอบเกรียม แต่ตรงไข่แดงไม่สุกนะ” ทีมงานให้โจทย์
“ได้ครับ” กล้าตอบ ก่อนเดินเข้าครัว
กล้าใช้เวลาประมาณ 10 นาที ถือจานข้าวมาวางข้างหน้าทีมงาน ตัวแทนของทีมชิม
“กะเพราผ่าน รสชาติครบรส ไข่ดาวผ่าน กล้าเคยทำไข่ดาวแบบนี้ด้วยเหรอ”
กล้าตอบตรง ๆ “ไม่เคยครับ ถามพี่ที่อยู่ในครัวว่าทำยังไง แล้วทำตามที่พี่เขาบอกครับ”
“โอเค เรื่องทักษะฝีมือ พี่ๆ ให้ผ่านแล้ว ต่อจากนี้ขอสอบถามประวัติส่วนตัวนะคะ เกิดอะไรขึ้น ทำไมกล้าถึงเข้าไปอยู่ในศูนย์ฝึกอบรม ช่วยเล่าให้พี่ๆ ฟังหน่อย” ทีมงานสัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูล
“ผมอยู่กับยายและแม่ แม่ติดการพนัน บ้านเราไม่มีเงิน ผมมีคดีเป็นสิบคดี เคยทำผิด 3 ครั้ง ที่มาอยู่ที่ศูนย์ฝึกฯ นี้ ครั้งแรกเกี่ยวกับการลักขโมย ผมเข้าเซเว่น ไปลักขนมมากินเพราะผมหิวข้าว อีกครั้งไปขโมยมอเตอร์ไซค์แล้วเอาไปขาย เอาเงินมาแบ่งกับเพื่อน ส่วนครั้งสุดท้ายถูกจับเพราะเสพยา” กล้าเล่าถึงพื้นฐานครอบครัวและสาเหตุที่กระทำผิด
“การอยู่ในศูนย์ฝึกอบรมสอนอะไรให้กับกล้าบ้าง” ทีมงานสอบถามเพิ่มเติม
“ผมรู้แล้วว่าสิ่งที่ผมเคยทำมันผิด ตอนนั้นผมอายุ 12 ผมไม่มีใครดูแล ต้องหาวิธีทำทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอด ผมยอมรับว่าตอนนั้นผมเกเรด้วย (โชว์รอยสักให้ดู) คบเพื่อนไม่ดี ชวนไปเสพยา แต่วันนี้ผมอายุ 23 ปีแล้ว ที่ผมผ่านอะไรมา ผมเริ่มเข้าใจ และมีทีมแม่ๆ (ผอ. และผู้ปกครองในศูนย์ฝึกอบรมฯ) ช่วยดูแลผม ให้โอกาสผมในการปรับตัวใหม่ ส่งผมไปประกวด และให้ผมเป็นตัวอย่างให้กับน้อง ๆ” กล้ายอมรับอดีตที่ผ่านมา
“แล้วทำไมเลือกมาฝึกงานที่นี่ ไม่กลับบ้านล่ะครับ” ทีมงานถามต่อ
“ผมรู้ว่าถ้าผมกลับไป ผมจะเจอสังคมเดิม แม้เพื่อนที่เคยคบตอนนั้นจะไม่อยู่แล้ว แต่แม่ผมยังเล่นการพนันอยู่ ผมกลัวว่าผมจะกลับไปเหมือนเดิมเพราะไม่มีรายได้ ผมคิดว่าผมเลือกที่จะมาทำงานดีกว่า” กล้าสารภาพ
“แสดงว่ากล้ารู้ตัวว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าเรากลับไปที่เดิม”
“ใช่ครับ แต่ผมยังรักแม่และยายเหมือนเดิมนะครับ แค่กลับไปที่เดิมไม่ได้ ถ้าทำงานแล้วได้เงิน ผมจะส่งกลับบ้าน แต่คงส่งให้ยาย เพื่อช่วยดูแลแม่ เพราะถ้าส่งให้แม่ เงินอาจจะไม่เหลือถึงยาย” กล้าตอบคำถามได้อย่างชัดเจน จนทีมงานรับกล้าเข้าทำงาน
…
ในโครงการตั้งต้นดี เราสร้างวัฒนธรรมสำหรับกลุ่มคนก้าวพลาด เรียกว่า Big Family ใครที่มาตัวคนเดียว ไม่มีบ้าน หรือที่บ้านไม่ยอมรับ เราจะมาสร้างครอบครัวใหม่ให้เขาที่ทำงาน ด้วยความที่คนกว่า 40 คน อยู่รวมกัน มีทุกช่วงอายุ ตั้งแต่ 58 ปีลงมาจนถึง 20 ปลาย ๆ
ถ้าเป็นผู้อาวุโส เราจะเรียกผู้หญิงว่า ‘แม่’ ผู้ชายจะเรียก ‘ลุง’ แล้วก็จะลดหลั่นกันลงมา เป็นน้า เป็นอา เป็นพี่ พอเลิกทำงาน เราจะมีกิจกรรมที่เรียกว่า ‘ปิดครัวเปิดใจ’ ให้ทุกคนได้ระบาย ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งด้านดีและไม่ดี นำบทเรียนของเพื่อนมาปรับใช้กับตัวเอง เป็นกำลังใจให้แก่กัน
ทีมงานจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา เพราะคนที่ทำงานข้างๆ กัน หรือคนที่ทำอาหารอยู่ล็อคติดกัน เจอหน้ากันทุกวัน แต่เราไม่เคยรู้ว่าเขามีพื้นฐานอย่างไร เขาเคยเจออะไรมา เมื่อทุกคนฟัง เปิดใจ และเข้าใจสิ่งที่เขาเคยผ่านมา เพื่อนรอบข้างเขาจะไม่ตัดสิน ไม่ต่อว่า ไม่ต้องให้คำแนะนำ แค่รับฟังและอยู่ข้าง ๆ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
การสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเพื่อนร่วมงานในกลุ่มเปราะบางมีความสำคัญ เมื่อเขากล้าเปิดและทุกคนรับฟัง จะสร้างความมั่นใจให้กับเขาได้ เป็นการสานความสัมพันธ์ระหว่างทีมให้แน่นแฟ้นและไว้ใจกัน
กล้าได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ เขาออกมาจากห้องแล้วรู้สึกว่าพี่ ๆ เปิดรับ เขารู้สึกอบอุ่น เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวใหม่ และอยากทำงานที่นี่
.
คุณธนะชัย สุนทรเวช ผู้เขียน เป็นผู้จัดการอาวุโสด้านการพัฒนาหุ้นส่วนทางสังคมและการมีส่วนร่วม สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ผู้ดูแลโครงการ ‘โรงเรียนตั้งต้นดี’
‘โครงการตั้งต้นดี’ เป็นโครงการที่รับผู้ก้าวพลาดให้มาทำงานและพัฒนาตัวตน ทั้งทัศนคติ บุคลิกภาพ สร้างความมั่นใจ สร้างครอบครัวใหม่ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการกลับคืนสู่สังคมอีกครั้ง
